ละทิ้งสิ่งที่ไร้สาระ
  จำนวนคนเข้าชม  329


ละทิ้งสิ่งที่ไร้สาระ

คอเฏ็บ อับดุลสลาม เพชรทองคำ

 

          ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาทรงสั่งใช้เราให้มีอัตตักวา คือมีความยำเกรงต่อพระองค์เพียงองค์เดียวเท่านั้น ดังนั้น เราจึงต้องสร้างความยำเกรงต่อพระองค์ให้เกิดขึ้นในหัวใจของเราให้ได้ โดยการศึกษา แสวงหาความรู้ในเรื่องราวของบทบัญญัติศาสนา พยายามทำความเข้าใจ และนำมาสู่การปฏิบัติ ด้วยการปฏิบัติตามคำสั่งใช้ของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา โดยพยายามทำให้สุดความสามารถของเรา ในขณะเดียวกัน ก็ต้องออกห่างจากคำสั่งห้ามของพระองค์โดยสิ้นเชิง พร้อมกันนั้นก็ต้องปฏิบัติอิบาดะฮฺให้อยู่ในแบบฉบับของท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมด้วย นั่นก็คือ ต้องไม่ทำบิดอะฮฺนั่นเอง

 

          ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย มีคำสอนของท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมอยู่สี่ประการ ที่อุละมาอ์บอกว่า ใครก็ตามที่เขาสามารถปฏิบัติตามคำสอนของท่านนบี  ได้ครบทั้งสี่ประการนี้ เขาจะได้รับความประเสริฐในชีวิตอย่างมากมาย และได้รับความสงบสุขในการดำรงชีวิตอย่างแท้จริง

 

คำสอนของท่านนบี  ทั้งสี่ประการนี้มีอะไรบ้าง ?

 

          คำสอนประการที่หนึ่ง ที่จะนำมาเสนอในวันนี้ เป็นคำสอนที่อยู่ในบันทึกของอิมามอัตติรมีซีย์ และท่านอื่นๆ ( เช่น อิมามอิบนุมาญะฮฺ อิมามมาลิก อิมามอะหฺมัด ก็มีบันทึกไว้ ) เป็นหะดีษในระดับหะซัน รายงานมาจากท่านอบูหุรอยเราะฮฺ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ ซึ่งท่านเล่าว่า ท่านร่อซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมได้กล่าวว่า

 

: مِنْ حُسْنِ إِسْلَامِ الْمَرْءِ، تَرْكُهُ مَا لَا يَعْنِيهِ.

 

ส่วนหนึ่งของความดีงามสำหรับอิสลามของคนๆหนึ่งนั้น คือการที่เขาละทิ้งสิ่งที่ไม่เป็นสาระประโยชน์สำหรับตัวเขา

 

          หมายความว่า คนๆหนึ่งจะได้รับความดีงาม จากการที่เขานับถือศาสนาอิสลาม แล้วเขาได้เรียนรู้บทบัญญัติของอิสลาม ได้ซึมซับในเรื่องราวของอิสลาม แล้วเขาก็ได้นำมาปฏิบัติในชีวิตประจำวันของเขา นั่นจะทำให้เขาได้รับความดีงาม ได้รับความประเสริฐอย่างมากมาย... 

 

          ส่วนหนึ่งของเรื่องราวความดีงามนั้นก็คือ การที่เขา تَرْكُ คือละทิ้ง مَا لَا يَعْنِيهِ สิ่งที่ไม่เป็นสาระประโยชน์สำหรับตัวเขา ก็หมายถึง เขาละทิ้งสิ่งที่ไร้สาระ ไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่งที่ไม่มีประโยชน์สำหรับตัวเขา หรือสิ่งที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับตัวเขา หรือสิ่งที่ไม่ได้ช่วยเพิ่มพูนอีมานให้แก่เขา 

 

          สิ่งที่ไม่ได้ช่วยให้เขาได้เข้าสวรรค์ของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา เช่น การติดเกมส์คอมพิวเตอร์จนทำให้ต้องละทิ้งสิ่งที่เป็นฟัรฎูหรือวาญิบ ..การดูหนังฟังเพลง ดูมากฟังมาก ก็ไม่ได้ช่วยให้เข้าสวรรค์ บางทีก็กลับเป็นบาปเสียอีก ....หรือการไปยุ่งเรื่องส่วนตัวของคนอื่น ไปติดตามเรื่องราวส่วนตัวของนักแสดงคนนั้น เรื่องราวส่วนตัวของนักร้องคนนี้ ไปพูดเรื่องส่วนตัวของคนโน้น ไปสอดส่องเรื่องส่วนตัวของคนนี้ หรือการบอกเล่าเรื่องส่วนตัวของเรา เช่น ลงเฟสว่าไปงานนั้นงานนี้แล้วก็ลงรูปที่แต่งตัวสวยๆ หรือได้ไปทำงานที่เป็นการกุศลต่าง เพียงเพื่อให้คนชม ..

 

          สิ่งที่ไม่เป็นสาระประโยชน์ยังรวมไปถึงการกระทำที่ทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่างๆ สิ่งที่ทำแล้วเป็นบาป เช่น การเล่นอบายมุขต่างๆ ซื้อหวย เล่นการพนัน ดื่มสุรายาเมา พูดจาโกหกพกลม พูดจาปั้นน้ำเป็นตัว หลอกลวงผู้คน ดูหมอ ทำนายทายทักโชคชะตาราศี...สิ่งต่างๆเหล่านี้เป็นบาปและเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวไร้สาระที่ท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมสอนเรา ตักเตือนเราให้เราละทิ้ง ...ทำไมจึงต้องละทิ้งสิ่งที่ไร้สาระหรือสิ่งที่ไม่มีสาระประโยชน์ ?

 

          ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย มุสลิมเราไม่ใช่ว่าใช้ชีวิตอยู่ไปวันๆ แต่ชีวิตของมุสลิมมีเป้าหมายที่โลกอาคิเราะฮฺ เป็นที่อยู่ที่พำนักตลอดกาลของเรา จะชอบหรือไม่ชอบ จะอยากไปหรือไม่อยากไป เราไม่สามารถเลือกได้ เพราะต้องไปกันทุกคน ไม่เว้นแม้สักคนเดียว ...แต่สิ่งที่เราสามารถจะเลือกได้ก็คือ เลือกว่าจะไปโลกอาคิเราะฮฺในสภาพไหน ..ไปในสภาพของคนที่มีอะมัลศอลิหฺ มีความดีมากมายติดตัวไป หรือไปในสภาพของคนที่ทำมะอ์ศิยะฮฺ ทำบาป ทำความชั่ว ไปในสภาพที่ขาดทุนป่นนี้ เราจะกลับไปในสภาพไหน เราเลือกได้ ...เมื่อเราเลือกแล้ว เราก็จะดำเนินชีวิตไปตามสภาพที่เราเลือก

 

          ถ้าเราเลือกให้ความสนใจในโลกดุนยามากกว่าโลกอาคิเราะฮฺ เราก็จะใช้ชีวิตอย่างสบายๆ ตามใจเรา อยากทำอะไรก็ทำ ไม่สนใจในบทบัญญัติศาสนา ฝ่าฝืนต่อคำสั่งของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ทำในสิ่งที่มันไร้สาระมากมาย ...แต่ในทางตรงข้าม ถ้าเราต้องการไปสู่โลกอาคิเราะฮฺพร้อมด้วยอะมัลความดีงามมากมาย เราก็จะทุ่มเท ขวนขวายทำอิบาดะฮฺ ทำสิ่งที่มันเป็นความดีงาม ทำสิ่งที่มันเป็นสาระประโยชน์สำหรับตัวเรา แต่ถ้าวัน เราทำแต่สิ่งที่มันไร้สาระ ทำแต่สิ่งที่มันไม่มีสาระประโยชน์สำหรับตัวเรา อย่างนี้แล้ว เราจะไปมีเวลาเหลือพอที่จะทำสิ่งที่มันมีสาระประโยชน์ได้อย่างไร เพราะในแต่ละวัน เราก็มีเวลาเพียงแค่ 24 ชั่วโมงเหมือนๆกันหมด

 

          ดังนั้น การที่เราละทิ้งสิ่งที่มันไร้สาระ สิ่งที่มันไม่เป็นสาระประโยชน์สำหรับตัวเรา มันจะทำให้เรามีเวลามากมายที่จะไปทำอิบาะดะฮฺ ทำสิ่งที่เป็นอะมัลศอลิหฺ ทำสิ่งที่เป็นความดีงาม ทำสิ่งที่มันจะเป็นประโยชน์ต่อตัวเราทั้งในโลกดุนยาและโลกอาคิเราะฮฺ และนี่แหละก็คือ ความดีงามที่เราจะได้รับจากการละทิ้งสิ่งที่ไม่เป็นสาระประโยชน์สำหรับตัวเรา ตามที่ท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมได้สั่งสอนเรา

 

          ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย อย่างไรก็ตาม คำสอนบทนี้ที่ให้เราละทิ้งสิ่งที่ไม่เป็นสาระประโยชน์สำหรับตัวเรา ไม่ให้เราไปเกี่ยวข้องกับเรื่องราวส่วนตัวของผู้อื่นนั้น ไม่ได้หมายความว่า ให้เราต่างคนต่างอยู่ หรืออยู่แบบตัวใครตัวมัน หรือ ไม่ต้องไปสนใจใครเลย เพราะมีคำสอนมากมายทั้งจากอัลกุรอานและอัลหะดีษบอกว่า

 

 “ أَلدِّينُ الْنَصِيْحَةُ   ศาสนาคือการตักเตือนกัน

 

..เตือนกันในการกำชับกันให้ทำความดี และห้ามปรามกันและกันในการทำความชั่ว

 

ในอัลกุรอานซูเราะฮฺอาละอิมรอน อายะฮฺที่ 104 อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาตรัสว่า

 

وَلْتَكُن مِّنكُمْ أُمَّةٌ يَدْعُونَ إِلَى الْخَيْرِ وَيَأْمُرُونَ بِالْمَعْرُوفِ وَيَنْهَوْنَ عَنِ الْمُنكَرِ ۚ

 

และจงให้มีขึ้นจากพวกเจ้า ซึ่งคณะหนึ่งที่จะเชิญชวนไปสู่ความดีและใช้ให้กระทำสิ่งที่ดี และห้ามทำสิ่งที่ไม่ดี...”

 

          อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาได้ทรงเน้นย้ำ ได้ทรงมีคำสั่งใช้ให้เราเกี่ยวข้องกับผู้อื่น ในส่วนที่ให้เราเชิญชวน หรือตักเตือน หรือกำชับผู้คนให้ทำความดี สนับสนุน ส่งเสริมให้ผู้คนปฏิบัติตามบทบัญญัติศาสนา ในขณะเดียวกัน ต้องห้ามปรามการทำความชั่วด้วย ห้ามปรามการทำสิ่งที่ฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติศาสนา เมื่อเราเห็นคนทำมุนกัร เห็นคนทำความชั่ว เห็นความไม่ดีเกิดขึ้น เห็นเรื่องที่ผิดบทบัญญัติศาสนาเกิดขึ้น เราต้องบอก เราต้องตักเตือน 

 

          เราต้องทำทั้งสองทางควบคู่กัน ...จะส่งเสริมให้ทำความดีแต่เพียงอย่างเดียว โดยไม่ห้ามปรามการทำความชั่วเลย อย่างนี้ไม่ได้ หรือจะห้ามปรามการทำความชั่วเพียงอย่างเดียว โดยไม่ส่งเสริมให้ทำความดี อย่างนี้ก็ไม่ได้ ต้องส่งเสริม ต้องกำชับกันให้ทำความดี และในขณะเดียวกัน ต้องห้ามปรามการทำความชั่วด้วย ต้องทำทั้งสองอย่างควบคู่กันไป

 

          หรืออย่างการที่เราเห็นคน 2 คนทะเลาะกัน ไม่เข้าใจกัน เข้าใจผิดกัน อย่างนี้ ถ้าเรามีความสามารถก็ให้เข้าไปไกล่เกลี่ย ไปช่วยให้เขาเข้าใจกัน อย่างนี้ซุนนะห์ให้เข้าไปเกี่ยวข้องได้ แต่ถ้าเข้าไปโดยมีเจตนาที่ไม่ดี ไปทำให้ทะเลาะกัน ต้องการไปทำให้เกิดความแตกร้าว อย่างนี้ไม่ได้ เป็นบาป

 

          ด้วยเหตุนี้จึงถือว่า การเข้าไปเกี่ยวข้องกับผู้อื่นในเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องราวส่วนตัวของเขา แต่เป็นเรื่องของการตักเตือนกันในเรื่องราวของบทบัญญัติศาสนานั้นเป็นเรื่องที่จำเป็น และถือเป็นเรื่องที่มีประโยชน์ เป็นสาระประโยชน์สำหรับตัวเรา เพราะถ้าเราทำจะทำให้เราได้รับผลบุญ ถือเป็นการปฏิบัติตามคำสั่งที่ปรากฏในอัลกุรอานและอัลหะดีษ

 

          ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย โลกในยุคปัจจุบัน เต็มไปด้วยเรื่องราวที่ทำให้เกิดความเพลิดเพลินมากมายเต็มไปหมด แม้แค่เพียงมือถือเพียงหนึ่งเครื่องเท่านั้น ก็สามารถสร้างความเพลิดเพลินให้กับเราได้อย่างมากมาย มีบางคนบอกว่า เมื่อเวลาที่เราเปิดมือถือ โลกทั้งโลกก็เข้ามาอยู่ในมือเรา มีเรื่องราวต่างๆมาให้เราอ่าน ให้เราสนใจ ให้เราติดตามมากมายเต็มไปหมด นี่แหละ สิ่งที่มาพร้อมกับเรื่องราวเหล่านี้นั้น บางส่วนนั้นก็คือ สิ่งที่ไม่เป็นสาระประโยชน์สำหรับตัวเราเลย 

 

          ดังนั้น เป็นตัวเราเองที่จะต้องรู้จักตัดใจ เมื่อมีเรื่องราวอะไรที่มันผ่านเข้ามาให้เห็น ที่มันไม่ได้เป็นสาระประโยชน์สำหรับตัวเรา เป็นเรื่องส่วนตัวของคนอื่น ก็ต้องรู้จักปล่อย ๆไป ไม่ต้องแวะเข้าไปอ่าน ไม่ต้องไปให้ความสนใจ เรื่องราวอะไรก็ตามที่เป็นความรู้แล้วเราเข้าไปอ่านโดยมีเนียตว่า ต้องการให้ความรู้นั้นนำไปสู่การใกล้ชิดอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา อย่างนี้เป็นอิบาดะฮฺ ถ้าเข้าไปอ่านเพื่อความเพลิดเพลิน ไม่ได้มีเนียตอะไร อย่างนี้ไม่ได้รับผลบุญ แต่ถ้าเข้าไปอ่านเรื่องราวหรือดูเรื่องที่มันผิดต่อบทบัญญัติศาสนา อย่างนี้เป็นบาป เป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่ไม่เป็นสาระประโยชน์สำหรับตัวเรา ดังนั้น เราต้องมีความพยายามในการที่จะละทิ้งเรื่องที่มันไร้สาระสำหรับตัวเรา

 

          ท่านพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย นั่นก็คือคำสอนประการที่หนึ่ง ในสี่คำสอนของท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ที่อุละมาอ์บอกว่า หากใครสามารถปฏิบัติได้จริง ปฏิบัติได้อย่างครบถ้วนในชีวิตประจำวันของเขา จะทำให้เขาได้รับความประเสริฐในชีวิตอย่างมากมาย และได้รับความสงบสุขในการดำรงชีวิตอย่างแท้จริง 

 

          เป็นคำสอนสั้นๆ ที่ฟังดูแล้วเหมือนทำได้ง่าย แต่ก็ไม่ง่ายเท่าไหร่ เพราะเป็นเรื่องเราที่ต้องต่อสู้กับนัฟซู ต่อสู้กับความชอบส่วนตัวของเรา ต่อสู้กับชะฮฺวะฮฺ อารมณ์ใคร่ใฝ่ต่ำของตัวเรา แล้วก็ยังต้องต่อสู้กับการล่อลวงของชัยฏอน ที่มันคอยจะล่อลวงเรา ให้เราทำสิ่งที่มันไร้สาระอยู่ตลอดเวลา แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ มีคนทำได้มาแล้ว 

 

          ดังนั้น เป็นเรื่องที่เราต้องมีความตั้งใจที่จะทำ และต้องอาศัยการฝึกฝนอยู่เสมอ ..ไม่ใช่ว่า รู้วันนี้แล้ว จะทำได้ทันทีเลย .. ไม่ใช่ว่าพอรู้ปุ๊บ ก็ลงมือทำสำเร็จทันที ไม่มีใครทำอะไรได้สมบูรณ์พร้อม ทุกคนมีข้อบกพร่อง มีการทำพลาด แต่เมื่อบกพร่องแล้ว เมื่อพลาดแล้ว ก็ต้องขออภัยโทษต่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา เตาบะฮฺ แก้ตัวใหม่ เป็นอย่างนี้เรื่อยๆไป ต้องมีความตั้งใจและต้องฝึกฝนเรื่อยๆ ไป จึงจะประสบความสำเร็จ อินชาอัลลอฮฺ

 

          สุดท้ายนี้ ขออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาโปรดให้เราเป็นผู้ที่สามารถละทิ้งสิ่งที่ไม่เป็นสาระประโยชน์สำหรับตัวเรา และได้มุ่งมั่นทำในสิ่งที่เป็นสาระประโยชน์ ขอให้เราได้รับความประเสริฐในชีวิตอย่างมากมาย และได้รับความสงบสุขในการดำรงชีวิตอย่างแท้จริง

 

 

คุตบะฮ์วันศุกร์ มัสยิดดารุ้ลอิห์ซาน บางอ้อ