เมื่อละหมาดไม่สำคัญสำหรับคุณ !
  จำนวนคนเข้าชม  217


เมื่อละหมาดไม่สำคัญสำหรับคุณ !

แปลเรียบเรียง อ.อาบีดีน พัสดุ 

 

          สิ่งที่รักยิ่งและสำคัญที่สุด ในบ่าวที่กระทำเพื่อเข้าใกล้ชิดอัลลอฮฺ คือ สิ่งที่เป็นฟัรฏูทั้งหลาย , ท่านร่อซูลุ้ลลอฮฺ ซ็อลลัลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวโดยเป็นการถ่ายทอดจากอัลลอฮฺ ดังในฮาดีษ อัลกุดซี่ 

 

(وَمَا تَقَرَّبَ إِلَيَّ عَبْدِي بِشَيْءٍ أَحَبَّ إِلَيَّ مِمَّا افْتَرَضْتُ عَلَيْهِ)

 

และไม่มีสิ่งใดที่จะทำให้บ่าวใกล้ชิดกับฉันด้วยสิ่งหนึ่งซึ่งเป็นที่รักยิ่งสำหรับฉัน

มากไปกว่าสิ่งที่ฉันได้กำหนด(เป็นฟัรดู)เหนือเขา

 

          แท้จริงในบรรดาสิ่งที่เป็นฟัรฏู ที่เป็นที่รักยิ่งและสำคัญที่สุด ที่อัลลอฮฺ, ฟัรฏูที่ยิ่งใหญ่ที่ถูกบัญญัติเหนือมุสลิมทุกคนที่บรรลุศาสนภาวะและมีสติสัมปัชชัญญะ , อย่างเท่าเทียมกัน ระหว่างชายและหญิง คนรวยและคนจน ผู้ที่เจ็บป่วยและผู้มีร่างกายแข็งแรง คือ "การละหมาด"

 

          โอ้บรรดาประชาชาติอิสลามทั้งหลาย การละหมาด ซึ่งเป็นรุก่นหนึ่งและเป็นเสาหลักที่แข็งแกร่งมั่นคงของศาสนา การละหมาดคือสิ่งที่บ่งถึงการยืนหยัดมั่นคง  และเป็นภาพลักษณ์แห่งอิสลาม คือสิ่งแรกที่ถูกบัญญัติเป็นฟัรฏูแก่ท่านนบีของเรา มุฮัมมัด ซ็อลลัลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม ในบรรดาสิ่งที่เป็นฟัรฏูทั้งหลาย , การละหมาดคือฟัรฏูสุดท้ายที่ท่านร่อซู้ล ซ็อลลัลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม ได้กำชับแก่ประชาชาติของท่านในขณะที่ท่านกำลังจากลาโลกดุนยามุ่งสู่โลกอาคีเราะฮฺ 


       โดยที่ท่านนบี ซ็อลลัลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า

 

(الصلاةَ الصلاة وما ملكت أيمانكم)

 

ละหมาด ละหมาด และสิ่งที่มือขวาของพวกเจ้าครอบครอง

 

          และการละหมาดยังเป็นสิ่งแรกในบรรดาการงานต่างๆ ที่บ่าวจะถูกสอบสวนในวันกิยามะฮฺ , หากว่าการละหมาดครบถ้วนสมบูรณ์ แน่แท้เขาจะได้รับชัยชนะประสบความสำเร็จ , และหากการละหมาดขาดตกบกพร่อง แน่แท้เขาเป็นผู้ล้มเหลวและขาดทุน 

 

          ♦ แท้จริง มันคือการละหมาด ใครก็ตามที่ระวังรักษา เขากำลังระวังรักษาศาสนาของเขา และใครที่ละเลยการละหมาด แน่แท้เขาย่อมละเลยข้อปฏิบัติอื่นๆ อย่างไม่ต้องสงสัย  ยิ่งไปกว่านั้น ใครก็ตามที่ตั้งใจละทิ้งละหมาดฟัรฏู เขาถูกตัดขาดจากการปกป้องคุ้มครองของอัลลอฮฺ

 

          ♦ แท้จริงมันคือการละหมาด แนวทางของบรรดานบี และเอกลักษณ์ของบรรดาผู้เป็นที่รัก 

อัลลอฮฺ ตรัสว่า 

 

﴿ وَجَعَلْنَاهُمْ أَئِمَّةً يَهْدُونَ بِأَمْرِنَا وَأَوْحَيْنَا إِلَيْهِمْ فِعْلَ الْخَيْرَاتِ وَإِقَامَ الصَّلَاةِ وَإِيتَاءَ الزَّكَاةِ وَكَانُوا لَنَا عَابِدِينَ ﴾

 

     “และเราได้แต่งตั้งพวกเขาให้เป็นผู้นำเพื่อชี้แนะแนวทางที่ถูกต้องโดยคำสั่งของเรา และเราได้วะฮียฺแก่พวกเขาให้ปฏิบัติความดี และธำรงการละหมาด แล้วบริจาคทานซะกาต และพวกเขาก็เป็นผู้เคารพภักดีต่อเราเท่านั้น

 [الأنبياء: 73].

 

          ♦ แท้จริง มันคือการละหมาด  คำสั่งเสียและพันธสัญญา

 

﴿ إِنَّ الصَّلَاةَ كَانَتْ عَلَى الْمُؤْمِنِينَ كِتَابًا مَوْقُوتًا ﴾

 

แท้จริงการละหมาดนั้นเป็นบัญญัติที่ถูกกำหนดเวลา ไว้แก่ผู้ศรัทธาทั้งหลาย

 [النساء: 103].

 

          ♦ แท้จริง การละหมาดจะยับยั้งการกระทำลามก และความชั่ว

 

﴿ إِنَّ الصَّلَاةَ تَنْهَى عَنِ الْفَحْشَاءِ وَالْمُنْكَرِ ﴾

 

แท้จริงการละหมาดนั้น จะยับยั้งการทำลามกและความชั่ว..”

 [العنكبوت: 45].

 

          ♦ แท้จริงการละหมาดคือ ผู้ช่วยเหลือและเหตุแห่งการช่วยเหลือ

 

﴿ يَاأَيُّهَا الَّذِينَ آمَنُوا اسْتَعِينُوا بِالصَّبْرِ وَالصَّلَاةِ ﴾

 

บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย จงอาศัยความอดทน และการละหมาดเถิด..”

 [البقرة: 153]

 

          ♦ แท้จริงมันคือการละหมาด , รัศมีบนใบหน้า , หัวอกที่เบิกบาน , ร่างกายที่ดี , ลบล้างความผิดบาป , ที่มาแห่งความเข้มแข็ง , และสิ่งที่นำมาซึ่งริสกีและความจำเริญ

 

         ♦ แท้จริงมันคือการละหมาด สิ่งที่จะหันกลับไปพึ่งพิงเมื่อพบเจอเรื่องราวอันหนักหน่วงและประสบกับเคราะห์กรรม

 

(أرحنا بها يا بلال)

 

โอ้บิล้าล ท่านจงทำให้เราพักผ่อน ด้วยการละหมาด

 

          ♦ แท้จริงมันคือละหมาด สิ่งรื่นรมย์ในสายตาของผู้เป็นที่รัก ซ็อลลัลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม

 

(وجُعلت قرة عيني في الصلاة).

 

ได้ถูกทำให้เป็นที่รื่นรมแก่สายตาของฉันในการละหมาด

 

          ♦ การละหมาดที่จะทำให้บ่าวรู้ตำแหน่งและฐานะของเขา ที่อัลลอฮฺ , ท่านนบี ซ็อลลัลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า

 

(مَنْ أرادَ أنْ يعَلَمَ مَا لَهُ عندَ اللهِ، فلْيَنظُرْ ما للهِ عندَهُ)

 

ใครก็ตามที่ต้องการรู้สิ่งที่เขาจะได้รับ ที่อัลลอฮฺ ก็จงพิจารณาสิทธิของอัลลอฮฺซึ่งอยู่ที่เขา

 

          เมื่อคุณต้องการที่จะรู้ตำแหน่งฐานะของคุณ ที่อัลลอฮฺ , ขอให้คุณสำรวจความปารถนาของคุณที่มีต่อการละหมาด ความรัก และการให้ความสำคัญของคุณต่อการละหมาด

 

          อิบนุ้ลก็อยยิม อัลเญาซียะฮฺ ได้กล่าวถึงนิทานเรื่องหนึ่ง โดยกล่าวว่า มีหนูตัวหนึ่งประทับใจอูฐตัวใหญ่ , จึงได้ชักชวนอูฐไปยังบ้านเพื่อเป็นแขกของมัน , แต่ก็ยังมีเรื่องที่เป็นปัญหาว่าอูฐตัวใหญ่จะเข้าไปในรูเล็กๆ ได้อย่างไร ! อูฐจึงหันมาหาหนูและกล่าวขึ้นว่าเจ้าหนูเอ๋ย เจ้าจะต้องมีบ้านที่เหมาะสมกับแขกของเจ้า หรือไม่ก็หาแขกที่เหมาะกับบ้านของเจ้า

          เมื่อท่านอิบนุ้ลก็อยยิมได้เล่าเรื่องนี้แล้ว ก็กล่าวว่า  “ คุณจะต้องละหมาด ซึ่งเป็นการละหมาดที่เหมาะสมกับพระเจ้าของคุณ หรือไม่ก็จะต้องหาพระเจ้าที่เหมาะกับละหมาดของคุณ

 

          เพราะฉะนั้นแล้ว บ่าวของอัลลอฮฺทั้งหลาย พวกเราจะต้องพิจารณาการละหมาดของพวกเรา เราละหมาดที่ไหน ? เราละหมาดอย่างไร ? และเราละหมาดเมื่อไหร่

          ประเมินการละหมาดของเราว่า การละหมาดได้ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของเรา หรือว่าการมีชีวิตของเรา กิจการงานของพวกเราในชีวิตประจำวัน คือสิ่งที่ส่งผลต่อการละหมาด ? เพื่อที่แต่ละคนจะได้พิจารณาท่าทีของเขาที่มีต่อการละหมาด และในขณะที่ละหมาด

 

          บรรดาผู้ที่ละหมาดจำเป็นจะต้องหยุดและคิดพิจารณาถึงการละหมาดที่เป็นเสาหลักของศาสนา , เพื่อที่เราจะได้ปฏิบัติละหมาดให้เป็นดั่งที่อัลลอฮฺทรงรักและทรงพอพระทัย , ในความนอบน้อม ประณีต อยู่กับการละหมาด การสำนึกผิด , และทำการละหมาดในบรรดาบ้านที่อัลลอฮฺทรงอนุมัติให้เทิดพระเกียรติ และให้พระนามของพระองค์ถูกรำลึกอยู่เสมอ .....ในมัสยิด

 

          การละหมาดคือชีวิตของเรา , การละหมาดคือความรอดปลอดภัยของเรา , และการละหมาดคือแสงสว่างของเราทั้งในดุนยาและอาคีเราะฮฺ 

          เพราะฉะนั้น ใครก็ตามที่การละหมาดเป็นเรื่องไม่สำคัญสำหรับเขา , การภักดีอื่นๆ ก็ย่อมไม่สำคัญสำหรับเขาด้วย , และบ่าวจะไม่กล้าที่จะกระทำการฝ่าฝืนอัลลอฮฺ นอกจากเมื่อเขาได้ละเลย เมินเฉยต่อการละหมาด

 

          เพราะอะไรผู้คนจึงไม่มีความดีในตัวเขา ? ใครก็ตามที่ไม่ให้คุณค่ากับการละหมาด , เขาคือผู้ที่ไม่มีความดีใดเลยในตัวเขา เพราะว่าเขาละทิ้งสิทธิของพระเจ้าของเขา และเพราะว่าเขาบิดพลิ้วต่อหน้าที่ บิดพลิ้วต่ออัลลอฮฺและศาสนทูต 

อัลลอฮฺ ตรัสว่า

 

﴿ يَاأَيُّهَا الَّذِينَ آمَنُوا لَا تَخُونُوا اللَّهَ وَالرَّسُولَ وَتَخُونُوا أَمَانَاتِكُمْ وَأَنْتُمْ تَعْلَمُونَ ﴾

 

     “บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย จงอย่าทุจริตต่ออัลลอฮฺและร่อซู้ล และจงอย่าทุจริตต่อบรรดาของฝากของพวกเจ้า โดยที่พวกเจ้ารู้กันอยู่

 [الأنفال: 27]. 

 

          ดังนั้น ใครก็ตามที่ปฏิบัติเช่นนี้ต่ออัลลอฮฺ แล้วจะเชื่อได้อย่างไรกันว่ายังคงมีความดีในตัวเขา ? ยิ่งไปกว่านั้น ใครก็ตามที่ไม่ให้คุณค่ากับการละหมาด ย่อมขาดความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจในตัวเขา  เพราะใครก็ตามที่บิดพลิ้วต่อหน้าที่และสิทธิแห่งองค์อภิบาลของบ่าว , เขาย่อมที่จะบิดพลิ้วต่อความรับผิดชอบที่มีต่อผู้คนด้วยกันและไม่ระวังรักษาสิทธิต่างๆ

 

         ขอให้พวกท่านทั้งหลายบอกกับฉันซิ ด้วยกับองค์อภิบาลของพวกท่าน , ว่าอิสลามและศาสนาใดกัน สำหรับคนๆ หนึ่ง เมื่อเขาละทิ้งการละหมาด , คำปฏิญานตนที่ว่า أن لا إله إلا الله (ไม่มีพระเจ้าอื่นใด นอกจากอัลลอฮฺ) จะมีความหมายว่าอะไร สำหรับผู้ที่ทำให้การค้าของเขา การงานของเขา ตำแหน่งของเขา หรือการประชุมของเขา ทำให้เขาล่าช้าจากการละหมาด ?

 

         การกล่าวว่าเป็นผู้ที่อยู่ในอิสลาม จะให้ความหมายอะไร หากไร้ซึ่งการละหมาด ? พวกเขาต่างกล่าวว่า เป็นมุสลิม , แต่พวกเขาไม่ละหมาด , หรือละเลยและละทิ้งการละหมาด 

         พวกเขาเหล่านั้น ไม่รู้หรือว่าพันธสัญญาระหว่างเขาและพระเจ้าของเขาคือการละหมาด ? เพราะฉะนั้น ใครก็ตามที่ไม่ละหมาดก็ย่อมไม่มีความสัมพันธ์ (ต่ออัลลอฮฺ)

          เขาเหล่านั้นไม่รู้หรือว่า ใครก็ตามที่ละทิ้งหรือเบาความในเรื่องละหมาด , เขาจะถูกทอดทิ้ง พบกับความยากลำบากและถูกตัดขาดจากการช่วยเหลือขององค์อภิบาลแห่งแผ่นดินและชั้นฟ้า

 

          โอ้บรรดามุอฺมินทั้งหลาย , อัลลอฮฺทรงทำให้การละหมาดเป็นที่รื่นรมย์แก่สายตาของบรรดาผู้เป็นที่รักของพระองค์ , เป็นการกระทำที่บรรดาสิ่งถูกสร้างใช้ในการเชื่อมสัมพันธ์กับผู้ทรงสรรสร้าง , เพราะฉะนั้น เมื่อเราต้องการความผาสุก , เราต้องการให้อัลลอฮฺทรงปกปักษ์รักษาเรา เราต้องการชีวิตที่ดี ชีวิตที่กว้างขวาง ก็จำเป็นที่เราจะต้องรักษาการละหมาด กำชับกัน และสั่งใช้ให้ลูกหลานของเราให้ละหมาด 

 

          ในบทบัญญัติอันง่ายดายแห่งองค์อภิบาลของเรา ฟัรฏูบางประการอาจถูกอนุโลมให้กับบางคน  เช่นเดียวกับการอนุโลมให้ล่าช้าออกไปได้ ดังนั้นจึงไม่มีการจ่ายซากาตสำหรับผู้ที่ทรัพย์ของเขายังไม่ครบถ้วนตามปริมาณที่ได้กำหนดไว้  และไม่มีการถือศีลอดสำหรับผู้ที่เจ็บป่วยและเดินทางไกล ไม่มีการทำฮัจญ์นอกจากผู้ที่มีความสามารถ 

 

          ส่วนการละหมาดนั้น หากผู้เป็นมุสลิมไม่สามารถที่จะยืนละหมาด ก็ให้นั่งละหมาดได้  และหากไม่สามารถนั่งก็ให้นอนละหมาดได้, ด้วยเหตุนี้เอง อัลลอฮฺทรงบอกถึงลักษณะบรรดาผู้มีปัญญาทั้งหลาย 

ด้วยดำรัสของพระองค์ที่ว่า 

 

﴿ الَّذِينَ يَذْكُرُونَ اللَّهَ قِيَامًا وَقُعُودًا وَعَلَى جُنُوبِهِمْ ﴾ [آل عمران: 191]

 

คือบรรดาผู้ที่รำลึกถึงอัลลอฮฺ ทั้งในสภาพยืน และนั่ง และในสภาพที่นอนตะแคง...”

 

          การละหมาดเป็นวายิบ (สิ่งที่จำเป็นต้องกระทำ) ทั้งในขณะเดินทางและมิได้เดินทาง ในขณะที่สงบและในภาวะสงคราม ในขณะเจ็บป่วยและมีสุขภาพดี ในขณะที่แข็งแรงและอ่อนแอ ในสภาพยากจนและร่ำรวย  การละหมาดคืออะมานะฮฺ (หน้าที่) ต่ออัลลอฮฺสำหรับมุสลิมทุกคน ชาย หรือ หญิง เป็นอะมานะฮฺ ในวิธีการปฏิบัติ  และอะมานะฮฺในเรื่องเวลาของการละหมาด 

อัลลอฮฺ ตรัสว่า

 

﴿ إِنَّ الصَّلَاةَ كَانَتْ عَلَى الْمُؤْمِنِينَ كِتَابًا مَوْقُوتًا ﴾

 

แท้จริงการละหมาดนั้นเป็นบัญญัติที่ถูกกำหนดเวลา ไว้แก่ผู้ศรัทธาทั้งหลาย

 [النساء: 103].

 

         และคงเพียงพอสำหรับความสูงส่ง การที่ละหมาดรวมอยู่กับความสำเร็จ

 

﴿ قَدْ أَفْلَحَ الْمُؤْمِنُونَ الَّذِينَ هُمْ فِي صَلَاتِهِمْ خَاشِعُونَ ﴾ * 

 

     “แน่นอน บรรดาผู้ศรัทธาได้ประสบความสำเร็จแล้ว บรรดาผู้ที่พวกเขาเป็นผู้นอบน้อมถ่อมตนในเวลาละหมาดของพวกเขา

 [المؤمنون: 1، 2] 

 

 ﴿ وَالَّذِينَ هُمْ عَلَى صَلَوَاتِهِمْ يُحَافِظُونَ ﴾

 

และบรรดาผู้ที่พวกเขาเป็นผู้รักษาการละหมาดของพวกเขา

 [المؤمنون: 9]

 

 

رابط الموضوع : https://www.alukah.net/sharia/0/114307/#ixzz67krJ8rou