ความประเสริฐของการแต่งงาน
  จำนวนคนเข้าชม  935


ความประเสริฐของการแต่งงาน 

เรียบเรียงโดย อิสมาอีล กอเซ็ม

 

มวลการสรรเสริญเป็นเอกสิทธิ์ของอัลลอฮฺผู้อภิบาลแห่งสากลโลก 

 

          การแต่งงานนั้นเป็นแนวทางของบรรดานบี ขอความสุขความศาสนติจงประสบแด่พวกเขา อัลลอฮ์ได้กล่าวไว้อย่างมากมายสำหรับเรื่องการส่งเสริมให้มีการแต่งงาน 

 

وَإِنْ خِفْتُمْ أَلَّا تُقْسِطُوا فِي الْيَتَامَىٰ فَانكِحُوا مَا طَابَ لَكُم مِّنَ النِّسَاءِ مَثْنَىٰ وَثُلَاثَ وَرُبَاعَ ۖ فَإِنْ خِفْتُمْ أَلَّا تَعْدِلُوا فَوَاحِدَةً أَوْ مَا مَلَكَتْ أَيْمَانُكُمْ ۚ ذَٰلِكَ أَدْنَىٰ أَلَّا تَعُولُوا ( 3 ) 

 

          “และหากพวกเจ้าเกรงว่าจะไม่สามารถให้ความยุติธรรมในบรรดาเด็กกำพร้าได้ ก็จงแต่งงานกับผู้ที่ดีแก่พวกเจ้า ในหมู่สตรี สองคน หรือสามคน หรือสี่คน

           แต่ถ้าพวกเจ้าเกรงว่าพวกเจ้าจะให้ความยุติธรรมไม่ได้ ก็จงมีแต่หญิงเดียว หรือไม่ก็หญิงที่มือขวาของพวกเจ้าครอบครองอยู่ นั้นเป็นสิ่งที่ใกล้ยิ่งกว่าในการที่พวกเจ้าจะไม่ลำเอียง

 

وَلَقَدْ أَرْسَلْنَا رُسُلًا مِّن قَبْلِكَ وَجَعَلْنَا لَهُمْ أَزْوَاجًا وَذُرِّيَّةً ۚ وَمَا كَانَ لِرَسُولٍ أَن يَأْتِيَ بِآيَةٍ إِلَّا بِإِذْنِ اللَّهِ ۗ لِكُلِّ أَجَلٍ كِتَابٌ ( 38 ) 

 

          “และโดยแน่นอน เราได้ส่งบรรดาร่อซูลมาก่อนหน้าเจ้า และเราได้ให้พวกเขามีภริยาและลูกหลาน และไม่บังควรแก่ร่อซูลที่จะนำมาซึ่งสัญญาณ (ปาฏิหาริย์) ใดๆ เว้นแต่โดยอนุมัติของอัลลอฮ์ สำหรับทุกสิ่งอย่างนั้น มีบันทึกไว้แล้ว

 

فعن أنس بن مالك - رضي الله عنه - قال: جاء ثلاثةُ رهطٍ إلى بيوت أزواجِ النبيِّ - صلَّى الله عليه وسلَّم - يسألون عن عِبادة النبيِّ - صلَّى الله عليه وسلَّم - فلمَّا أُخبِروا كأنَّهم تَقالُّوها، فقالوا: وأين نحن من النبي - صلَّى الله عليه وسلَّم - قد غُفِر له ما تقدَّم من ذنبه وما تأخَّر؟! فقال أحدهم: أمَّا أنا فإنِّي أُصلِّي الليل أبدًا، وقال آخَر: أنا أصومُ الدهر ولا أفطر، وقال آخَر: أنا أعتزلُ النساء فلا أتزوَّج أبدًا، فجاء رسولُ الله - صلَّى الله عليه وسلَّم - إليهم، فقال: ((أنتم الذين قُلتم كذا وكذا؟! أمَا والله إنِّي لأخشاكم لله وأتقاكم له، لكنِّي أصومُ وأُفطر، وأُصلِّي وأرقُد، وأتزوَّج النساء، فمَن رغب عن سنَّتي فليس منِّي))؛ أخرجه البخاري ومسلم.

 

           มีรายงานจากอนัส บิน มาลิก รอฎิยัลลอฮูอันฮู เขาได้กล่าวว่า ได้มีชายสามคนได้มายังของภรรยาของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮูอะลัยอิวะซัลลัม พวกเขาถามถึงการทำอิบาดะฮฺของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮูอะลัยอิวะซัลลัม เมื่อพวกเขาได้รับรู้ เสมือนว่าพวกเขานั้นยังน้อยอยู่สำหรับการทำอิบาดะฮฺ 

     พวกเขาจึงกล่าวออกมา เราอยู่ตรงไหนเมื่อเทียบกับท่านนบี ศ็อลลัลลอฮูอะลัยอิวะซัลลัม โดยที่ท่านนบีได้รับการอภัยโทษจากสิ่งที่จะเกิดขึ้นและสิ่งที่ผ่านมาแล้ว

     คนหนึ่งจากพวกเขากล่าวว่า สำหรับฉัน ฉันจะละหมาดตอนกลางคืนตลอดไป 

     อีกคนกล่าวว่า ฉันจะถือศีลอดตลอดไป โดยฉันจะไม่หยุด 

     อีกคนกล่าวว่า ฉันจะละทิ้งผู้หญิง ฉันจะไม่แต่งงานเป็นอันขาด 

     ท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮูอะลัยอิวะซัลลัม ได้มาหาพวกเขา โดยที่ท่านได้กล่าวว่า (พวกท่านใช่ไหมที่กล่าวอย่างนั้น อย่างนั้น) ขอสาบานต่ออัลลอฮฺ แท้จริงฉันเป็นผู้ที่เกรงกลัวอัลลอฮฺและยำเกรงพระองค์มากที่สุดในหมู่พวกเจ้า แต่ว่าฉันได้ถือศีลอดและหยุด และฉันละหมาดและฉันนอนพักผ่อน และฉันได้แต่งงานกับบรรดาผู้หญิง ดังนั้นใครไม่ปรารถนาแนวทางของฉัน เขาก็ไม่ได้เป็นพวกของฉัน

(บันทึกโดย อัลบุคอรีและมุสลิม)

 

فقال النبي صلى الله عليه وسلم ((يا مَعْشَرَ الشباب، مَن استطاع الباءة فليتزوَّج؛ فإنَّه أغضُّ للبصَر وأحصَنُ للفَرْجِ، ومَن لم يستطعْ فعليه بالصوم؛ فإنَّه له وجاء))؛ أخرجه البخاري ومسلم.

 

ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮูอะลัยอิวะซัลลัม ได้กล่าวไว้ว่า 

          “โอ้บรรดาคนหนุ่ม ใครคนใดจากพวกเจ้ามีความสามารถในเรื่องมะฮัรและค่าเลี้ยงดู(บางคนให้ความหมาย ในเรื่องการหลับนอน) ดังนั้นเขาจงแต่งงาน

          เพราะว่าการแต่งงานมันจะช่วยให้ลดสายตา และทำให้อวัยวะเพศบริสุทธิ์ และใครที่ไม่มีความสามารถ ให้เขาถือศีลอด เพราะว่าการถือศีลอดจะทำให้อารมณ์ใคร่ลดลง 

(บันทึกโดย บุคอรีย์และมุสลิม)

 

          นี่คือหลักฐานที่อิสลามส่งเสริมให้แต่งงาน เพราะการแต่งงานนั้นมีผลดีอย่างมากมาย หากคนที่แต่งงานมีเจตนาในการแต่งงานตามเจตนารมณ์ของอิสลาม ซึ่งการแต่งงานเป็นแนวทางของบรรดานบีทุกยุคทุกสมัย 

 

          อิสลามเรียกร้องให้มีการแต่งงาน เนื่องจากการแต่งงานมีประโยชน์มากมาย การที่ผู้คนแต่งงานกันและดำเนินตามรูปแบบของอิสลาม หากผู้คนให้ความสำคัญในการแต่งงานแน่นอนปัญหาสังคมอย่างหนึ่งจะหมดไป ก็คือปัญหาเรื่องการผิดประเวณี 

 

         การผิดประเวณีที่เกิดขึ้นอย่างมากมายส่วนหนึ่งเกิดจากการที่คนไม่แต่งงาน และการแต่งงานมันคือการรักษาเผ่าพันธุ์มนุษย์และเป็นการสืบทอดสายเลือดตัวแทนของบุคคล เมื่อคนหนึ่งได้เสียชีวิตไป ก็จะได้มีตัวแทนสืบทอดตระกูลและเจตนารมณ์ของอิสลาม และการแต่งงานนั้นเป็นการเพิ่มประชากรมุสลิม เพื่อให้มีบ่าวผู้ที่ศรัทธาต่ออัลลอฮฺได้มีมากขึ้น 

 

            หลายคนกลัวกับการแต่งงาน ไม่อยากมีภาระในการเลี้ยงดูดูแลครอบครัว ตอนเราเป็นหนุ่มเป็นสาวเราอาจจะมีกำลังร่างกายแข็งแรง สามารถหาปัจจัยยังชีพได้ แต่พอแก่ตัวคนเราก็อ่อนกำลังลง และแน่นอนยามชราคนเราต้องการคนเลี้ยงดูเอาใจใส่ และคงไม่มีใครสามารถเลี้ยงดูเอาใจใส่เราได้ดีเท่ากับลูกๆของเรา ดังนั้นอิสลามจึงนำเรื่องการแต่งงานมาเป็นเรื่องศาสนา ไม่ใช่ประเพณี 

 

           มุสลิมไม่ว่าชนชาติใดภาษาใด เขาต้องดำเนินการในการแต่งงานตามแบบฉบับซุนนะห์ของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮูอะลัยอิวะซัลลัม และอิสลามส่งเสริมให้สร้างเงื่อนไขการแต่งงานให้ง่ายดาย อย่าเลยเถิดในเรื่องมะฮัรค่าสินสอดจนมากเกินไป เพราะการมุ่งเน้นให้ความสำคัญในเรื่องมะฮัรตามกระแสสังคม และประเพณีที่ไม่ดีนำมาซึงความเสียหายมากมาย เช่น ทำให้สถิติคนโสดเพิ่มมากขึ้น และสิ่งที่ตามอีกประการหนึ่งเมื่อคนไม่สามารถจะแต่งงานได้ คนกลุ่มหนึ่งก็จะเลือกช่องทางในการทำผิดประเวณี ยิ่งปัจจุบันช่องทางในการติดต่อระหว่างผู้หญิงและผู้ชายมีมากมาย โดยเฉพาะในโลกอินเตอร์เน็ตทำให้คนได้รู้จักกันง่าย และยากที่ผู้ปกครองจะติดตามความเคลื่อนไหวได้ จึงเป็นช่องทางและโอกาสที่คนจะทำความรู้จักกัน และผลลัพธ์อาจจะนำไปสู่การซินาได้ ดังนั้นมีตัวบทมากมายที่อิสลามส่งเสริมให้ง่ายดายในเรื่องมะฮัร 

 

     ในซอฮิหฺอัลบุคอรีย์ มีรายงานจากซะฮลฺ บิน สะฮดฺ 

     แท้จริงท่านนบี ศ็อลลัลลอฮูอะลัยอิวะซัลลัม ได้กล่าวแก่ชายคนหนึ่งท่านจงแต่งงานถึงแม้ด้วยกับแหวนเหล็ก

 

          ในหะดีษนี้สื่อให้เห็นว่ามะฮัรของผู้ชายเอาเท่าที่เขามีความสามารถ อย่าได้ให้มะฮัรคือสาเหตุที่เราปฏิเสธคนที่ดี เพราะการที่เราปฏิเสธคนดีเนื่องจากมะฮัร สิ่งที่ตามมาก็คือความเสียหายเหมือนดั่งคำพูดของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮูอะลัยอิวะซัลลัม 

 

     มีรายงานจากอบีฮุรอยเราะห์ กล่าวว่า ท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮูอะลัยอิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า  

          “เมื่อมีคนมาสู่ขอจากพวกบุคคลที่พวกเจ้าพอใจในศาสนาและมารยาทของเขา ดังนั้นพวกเจ้าจงแต่งงานให้กับเขา หากพวกเจ้าไม่กระทำ มันจะเกิดความไม่ดีบนหน้าแผ่นดิน ความเสียหายอย่างมากมาย

(ท่านเชคอัลบานีย์ได้ถือว่าหะดีษนี้เป็นหะดีษที่ดี ในหนังสือซอเอียะ อัตติรมีซีย์

 

           จากหะดีษนี้ท่านได้เรียกร้องให้ผู้ปกครองพิจารณาคู่ครองของบรรดาลูกสาว หากคนที่มีศาสนามาสู่ขอให้รีบจัดการแต่งงานให้เขา อย่าได้ไปยึดติดกับชาติตระกูล ชื่อเสียงและมะฮัร เพราะหากเราติดอยู่กับเรื่องเหล่านั้น สิ่งที่จะตามมาก็คือความเสียใจ เช่นสุดท้ายแล้วลูกสาวเราไม่ได้แต่งงาน หรือได้แต่งงานกับคนที่ไม่ดี หรือบางครั้งจากการที่พวกเขาไม่ได้แต่งงานอาจจะมีมากมายซึ่งความเสียหายที่จะเกิดขึ้น 

ดังนั้น การแต่งงานคือ ศาสนาที่บุคคลที่มีความสามารถจะต้องปฏิบัติ เพื่อที่จะให้ความดีหลายๆประการได้เกิดขึ้น