สิทธิของภรรยา
  จำนวนคนเข้าชม  1346


จดหมาย หลังแต่งงาน แด่ คู่บ่าว สาว

 

เรียบเรียง อับดุลวาเฮด สุคนธา

 

สิทธิของภรรยา

 

สิทธิของภรรยาในการได้รับมะฮัรฺ

 

          มะฮัรฺ (สินสอด) คือ สิทธิที่นางสมควรได้รับในเชิงบังคับทางศาสนา นับว่าเป็นของขวัญอันดีงามที่อิสลามสั่งใช้ให้ฝ่ายชายมอบแก่นาง และอัลลอฮฺตรัสในคัมภีร์อัลกุรอานว่า

" وَآتُواْ النَّسَاء صَدُقَاتِهِنَّ نِحْلَةً فَإِن طِبْنَ لَكُمْ عَن شَيْءٍ مِّنْهُ نَفْساً فَكُلُوهُ هَنِيئاً مَّرِيئاً "

     “และจงให้แก่บรรดาหญิงซึ่งมะฮัรฺ(สินสอด ) ของนาง ด้วยความเต็มใจ แต่ถ้านางเห็นชอบที่จะให้สิ่งหนึ่งแก่พวกเจ้าจากมะฮัรฺนั้นแล้ว ก็จงบริโภคสิ่งนั้นด้วยความพอใจและความสำราญ

( ซูเราะฮฺ อัน-นิสาอฺ อายะฮฺที่ 4)

 

สิทธิของภรรยาในการได้รับค่าครองชีพ

 

          จำเป็นที่ฝ่ายชายจะต้องให้ความสะดวกแก่นางโดยไม่ขาดตกบกพร่อง ในส่วนของค่าครองชีพ และค่าใช้จ่ายที่จําเป็นสำหรับนางและในบ้าน เช่นการตระเตรียมที่พักอันเหมาะสม เตรียมปัจจัยยังชีพรายวันด้านการกินและดื่ม เครื่องแต่งกาย แม้นว่าภรรยาจะมีฐานะร่ำรวยกว่าก็ตาม

          ผู้ชาย คือ ผู้ที่ทำหน้าที่เป็นผู้ปกครอง ดูแล และเลี้ยงดูผู้หญิง ด้วยการแสวงหาสิ่งดีๆ และคุณประโยชน์ต่างๆ ให้แก่นาง และคอยอบรมและชี้นำให้แก่นาง ดังคำตรัสของอัลลอฮฺที่ว่า

" ٱلرِّجَالُ قَوَّٰمُونَ عَلَى ٱلنِّسَآءِ بِمَا فَضَّلَ ٱللَّهُ بَعضَهُم عَلَىٰ بَعض وَبِمَآ أَنفَقُواْ مِن أَموَٰلِهِم "

     “บรรดาบุรุษเพศคือผู้ที่ทำหน้าที่เป็นผู้ปกครองและดูแลเลี้ยงดูบรรดาสตรีเพศ ด้วยปัจจัยแห่งความสามารถที่อัลลอฮฺทรงกำหนดให้บุรุษเพศมีเหนือกว่าสตรีเพศ และเนื่องจากบุรุษเพศต้องใช้จ่ายในทรัพย์ของพวกเขา (เพื่อเป็นปัจจัยยังชีพแก่นาง)” 

(ซูเราะฮฺ อัน-นิสาอฺ อายะฮฺที่ 34)

          ส่วนหนึ่งของสิทธิที่สามีพึงปฏิบัติต่อภรรยา คือ การแสวงหาปัจจัยยังชีพแก่ภรรยา ทั้งอาหาร เครื่องดื่ม เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากคำตรัสของอัลลอฮฺที่ว่า

وَعَلَى ٱلمَولُودِ لَهُۥ رِزقُهُنَّ وَكِسوَتُهُنَّ بِٱلمَعرُوفِ

และหน้าที่ของสามีผู้เป็นพ่อเด็ก คือการหาปัจจัยยังชีพ

และเครื่องนุ่งห่มให้แก่บรรดาภรรยาอย่างชอบธรรม” 

(ซูเราะฮฺ อัล-บะเกาะเราะฮฺ อายะฮฺที่ 233)

ท่านรอซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวไว้

     “และหน้าที่ของพวกท่านที่พึงปฏิบัติต่อบรรดาภรรยาของพวกท่าน คือการหาปัจจัยยังชีพ และเครื่องนุ่งห่มให้แก่พวกนางอย่างชอบธรรม” 

(บันทึกโดย มุสลิม)

     ท่านรอซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ถูกถามว่าอะไรคือสิทธิที่ภรรยาของคนหนึ่งคนใดในหมู่พวกเราพึงจะได้รับ?” 

     ท่านตอบว่าท่านจะต้องให้อาหารแก่นางเมื่อท่านทานอาหาร ให้เครื่องนุ่มห่มแก่นางเมื่อท่านสวมใส่เครื่องนุ่งห่ม จงอย่าตบหน้านาง อย่าด่าทอหรือพูดจาหยาบคายกับนาง และอย่าลงโทษด้วยการปลีกตัวจากนาง นอกจากให้ทำแค่ในบ้านเท่านั้น (หมายถึงไม่ลงโทษด้วยการหนีจากนางออกไปนอกบ้าน)” 

(บันทึกโดย อบูดาวูด)

 

ปกป้องรักษาเกียรติและศักดิ์ศรีของภรรยา

 

     สำหรับผู้เป็นสามีนั้นจะต้องปกป้องรักษาชื่อเสียงและเกียรติของภรรยาจากการกล่าวร้าย นินทาในสิ่งที่ไม่ดีทั้งหลายจากผู้อื่น

ท่านศาสนทูตของอัลลอฮฺ (ขอความสันติจงมีแด่ท่าน) ได้กล่าวไว้ว่า

บุคคลสามคนซึ่งไม่ได้เข้าสรวงสวรรค์ คือ ผู้ที่อกตัญญูต่อพ่อแม่ของเขา

ผู้ที่นิ่งเฉยเมื่อภรรยาทําสิ่งที่ไม่ดี และผู้หญิงที่เลียนแบบผู้ชายด้านการแต่งกายและกิริยาท่าทาง” 

(จากอัลมุสตัดร็อก อะลัศ เศาะหี้หัย)

 

แสดงความอ่อนโยนกับนาง และรักใคร่ ห่วงใยนางเสมอ

 

ท่านศาสนทูตของอัลลอฮฺ (ขอความสันติจงมีแด่ท่าน) ได้กล่าวไว้ว่า

     “เหล่าบรรดาผู้ศรัทธาที่เปี่ยมล้นด้วยแสงศรัทธาอย่างสมบูรณ์ คือ เหล่าบรรดาผู้ศรัทธาที่มีมารยาทอันงดงาม

     และผู้ที่ดีเยี่ยมสุดในบรรดาพวกเจ้าคือ ผู้ที่มีอุปนิสัยต่อภรรยาเขาดีเยี่ยมในบรรดาพวกเจ้า” 

(หะดีษเศาะฮีหฺ อิบนิหิบบาน)

 

ปฏิบัติดีต่อภรรยา

 

อัลลอฮฺตรัสไว้ในอัลกุรอานว่า

" وَعَاشِرُوهُنَّ بِٱلمَعرُوفِ "

และจงคลุกคลีกับบรรดาภรรยาของพวกเจ้าด้วยดี

( ซูเราะฮฺ อัน-นิสาอฺ อายะฮฺที่ 19)

พระองค์ยังตรัสไว้ในอัลกุรอานอีกว่า

" وَلَهُنَّ مِثلُ ٱلَّذِي عَلَيهِنَّ بِٱلمَعرُوفِ وَلِلرِّجَالِ عَلَيهِنَّ دَرَجَة "

     “และบรรดาภรรยาก็ควรได้รับสิทธิอันชอบธรรม เช่นเดียวกับที่พวกนางต้องปฏิบัติหน้าที่ต่อสามีของพวกนาง และสำหรับบรรดาสามีจะมีความประเสริฐเหนือกว่าบรรดาภรรยาหนึ่งขั้น (นั่นคือสิทธิการเป็นผู้ปกครองและต้องได้รับการเชื่อฟังจากภรรยา)

( ซูเราะฮฺ อัล-บะเกาะเราะฮฺ อายะฮฺที่ 228)

ในรายงานอื่นระบุว่า

" إِنَّ الْمَرْأَةَ خُلِقَتْ مِنْ ضِلَعٍ لَنْ تَسْتَقِيمَ لَكَ عَلَى طَرِيقَةٍ، فَإِنِ اسْتَمْتَعْتَ بِهَا اسْتَمْتَعْتَ بِهَا وَبِهَا عِوَجٌ، وَإِنْ ذَهَبْتَ تُقِيمُهَا، كَسَرْتَهَا وَكَسْرُهَا طَلَاقُهَا "

     “แท้จริงสตรีถูกสร้างมาจากซี่โครง นางจะไม่สามารถอยู่บนแนวทางใดแนวทางหนึ่งอย่างเที่ยงตรงสำหรับท่านได้

     ดังนั้นหากท่านประสงค์จะแสวงหาความสุขกับนาง ท่านก็จะได้รับความสุขกับนางขณะที่นางอยู่ในสภาพที่คงอยู่

     และหากท่านพยายามจะดัดนางให้ตรง ก็เท่ากับว่าท่านได้ทำให้นางหักสะบั้นลง และการหักของนางคือการหย่ากับนาง” 

(บันทึกโดย มุสลิม)

รายงานจากอุมมุซะละมะหฮฺ กล่าวว่า ท่านรอซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า

أَيُّما امرأَةٍ ماتَتْ وزوْجُهَا عَنْهَا راضٍ دخَلَتِ الجَنَّةَ " "

ภรรยาคนใดสิ้นชีวิตลงในสภาพที่สามีของนางประทับใจ (จากคุณงามความดีที่เคยกระทำไว้) นางจะได้เข้าสวรรค์” 

(บันทึกโดย ติรมิซีย์)

 

อบรมสั่งสอนภรรยา

 

อัลลอฮ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ได้ตรัสไว้ในอัลกุอานว่า

" يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آمَنُوا قُوا أَنفُسَكُمْ وَأَهْلِيكُمْ نَارًا وَقُودُهَا النَّاسُ وَالْحِجَارَةُ عَلَيْهَا مَلَائِكَةٌ غِلَاظٌ شِدَادٌ لَا يَعْصُونَ اللَّهَ مَا أَمَرَهُمْ وَيَفْعَلُونَ مَا يُؤْمَرُون"

     “โอ้บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย จงคุ้มครองตัวของพวกเจ้าและครอบครัวของพวกเจ้า ให้พ้นจากไฟนรก

     เพราะเชื้อเพลิงของมันคือมนุษย์และก้อนหิน มีมลาอิกะฮ์ผู้แข็งกร้าวหาญคอยเฝ้ารักษามันอยู่

     พวกเขาจะไม่ฝ่าฝืนอัลลอฮ์ในสิ่งที่พระองค์ทรงบัญชาแก่พวกเขา และพวกเขาจะปฏิบัติตามที่ถูกบัญชา” 

(ซูเราะฮฺ อัตตะฮฺรีม อายะฮฺที่ 6)

     ท่านอาลี (รอฎิยัลลอฮุอันฮุ) กล่าวว่า พวกท่านทั้งหลายจงสอนตัวของพวกท่านในครอบครัว ในเรื่องที่ดีๆ และ อบรมสั่งสอนพวกเขา

     ท่านอิม่ามอะลูซีย์ กล่าวว่า โองการนี้ส่งเสริมพวกท่านให้อบรมสั่งสอนคนในครอบครัวของท่าน ในสิ่งที่จำเป็นต่างๆ ของศาสนาอิสลาม

 

สิทธิของภรรยาด้านความยุติธรรมและความเท่าเทียมกัน

 

          กรณีนี้เฉพาะสามีที่มีภรรยามากกว่าหนึ่งคน ซึ่งสามีจําเป็นต้องให้ความยุติธรรมแก่พวกนางเป็นพิเศษในทุกๆ ด้าน เช่น ด้านอาหารการกินและเครื่องดื่ม เครื่องแต่งกาย ที่พักอาศัย การหลับนอนร่วมกัน สามีต้องปฏิบัติอย่างเป็นธรรมระหว่างบรรดาภรรยาทั้งหลายของเขา เพราะการเอนเอียงไปทางภรรยาคนใดคนหนึ่งถือว่าเป็นบาปใหญ่ประการหนึ่ง

ท่านนรอซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวไว้ว่า

" مَنْ كَانَتْ لَهُ امْرَأَتَانِ فَمَالَ إِلَى إِحْدَاهُمَا، جَاءَ يَوْمَ الْقِيَامَةِ، وَشِقُّهُ مَائِلٌ "

     “ผู้ใดมีภรรยาสองคน แล้วเขาปฏิบัติด้วยการเอนเอียงไปทางภรรยาคนใดคนหนึ่ง เขาจะปรากฏในวันกิยามะฮฺในสภาพที่เอียงข้าง” 

(บันทึกโดย อบูดาวูด ติรมิซีย์ และอิบนุ มาญะฮฺ)

          อย่างไรก็ตาม ยังมีสิ่งที่สามีไม่สามารถให้ความเท่าเทียมกันแก่ภรรยาทั้งสองได้ อาทิ ความรู้สึกรัก ความเอ็นดู และความสบายใจ เป็นต้น ก็ไม่ถือว่าสามีมีบาปความผิดแต่ประการใด เพราะสิ่งดังกล่าวอยู่นอกเหนือความสามารถของเขา อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาได้ตรัสไว้ในอัลกุรอานว่า

" وَلَن تَستَطِيعُواْ أَن تَعدِلُواْ بَينَ ٱلنِّسَآءِ وَلَو حَرَصتُم "

     “และพวกเจ้าจะไม่สามารถให้ความยุติธรรม (ในด้านความรักและความรู้สึกเอนเอียงของจิตใจ) ระหว่างบรรดาภรรยาของพวกเจ้าได้เลย ไม่ว่าพวกเจ้าจะพยายามขนาดไหนก็ตาม

( ซูเราะฮฺ อัน-นิสาอฺ อายะฮฺที่ 129)

 

ภรรยาอย่าได้ทำร้ายสามี ด้วยการด่าทอ พูดจาหยาบคาย

 

          บรรดาผู้ที่เป็นภรรยาทั้งหลาย อย่าได้สร้างความเดือดร้อนให้แก่สามี อย่าทำให้สามีคับอกคับใจ เพราะระยะเวลาที่จะใช้ชีวิตร่วมกันอยู่ในโลกดุนยาสั้นเหลือเกิน ส่วนชีวิตที่ยืนยาว มั่นคง ถาวรนั้น คือชีวิตในโลกอาคิเราะฮฺ

          ภรรยาที่สร้างความเดือดร้อนให้สามีนั้น นางจะทำให้สามีของนางโกรธ และเมื่อสามีโกรธแล้ว พระองค์ก็ทรงโกรธนาง

รายงานจากมุอ๊าซ อิบนิ ญะบัล จากท่านรอซูล ศ็อลลัลฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวไว้ว่า

" لَا تُؤْذِي امْرَأَةٌ زَوْجَهَا فِي الدُّنْيَا إِلَّا قَالَتْ زَوْجَتُهُ مِنَ الْحُورِ الْعِينِ: لَا تُؤْذِيهِ قَاتَلَكِ اللهُ؛ فَإِنَّمَا هُوَ عِنْدَكِ دَخِيلٌ يُوشِكُ أَنْ يُفَارِقَكِ إِلَيْنَا "

     “ภรรยาคนหนึ่งคนใดอย่าได้สร้างความเดือดร้อนให้แก่สามีในเรื่องของดุนยา แต่ถ้าหากนางสร้างความเดือดร้อนแล้ว คู่ของสามีที่เป็นสาวชาวสวรรค์ จะกล่าวว่า

     นางอย่าได้สร้างความเดือดร้อนให้เขานะ พระองค์จะทรงลงโทษนาง แท้จริงเขาเป็นแขกของนาง ซึ่งบัดนี้ใกล้เวลาแล้วที่เขาจะพรากจากนางมาหาพวกเรา” 

(บันทึกโดย ติรมิซีย์)

 

ต้องรักษาไว้ซึ่งทรัพย์สมบัติส่วนตัวของนาง

 

         ทรัพย์สมบัติส่วนตัวของภรรยาจะไม่นํามาใช้นอกจากการยินยอมจากนาง สามีไม่มีสิทธิที่จะใช้มันนอกจากความยินยอม หรือเมื่อนางรับทราบ   อัลลอฮฺตรัส ในคัมภีร์อัลกุรอานไว้ว่า

"وَلاَ تَأْكُلُواْ أَمْوَالَكُم بَيْنَكُم بِالْبَاطِلِ"

และพวกเจ้าจงอย่ากินทรัพย์สมบัติระหว่างของพวกเจ้ากันเองโดยมิชอบ

( ซูเราะฮฺ อัล-บะเกาะเราะฮฺ อายะฮฺที่ 188)

 

ปรึกษานางในเรื่องที่เกี่ยวกับเรื่องภายในบ้านและเรื่องลูกๆ และเรื่องอื่นที่เกี่ยวโยงกันทั้งสองฝ่าย

 

          ดังนั้น ไม่เป็นการดีถ้าฝ่ายชายเอาแต่บีบบังคับให้ยอมรับความคิดเห็นของเขาเพียงฝ่ายเดียว โดยไม่ยอมรับฟังความคิดของภรรยา ในขณะที่ความคิดของนางถูกต้อง และการปรึกษาหารือระหว่างกันนั้นเป็นเรื่องที่ต้องปฏิบัติทั้งสองฝ่าย อัลลอฮฺตรัสในคัมภีร์อัลกุรอานว่า

" وَأَمْرُهُمْ شُورَى بَيْنَهُمْ"

 “และในกิจการของพวกเขานั้น ได้มีการปรึกษาหารือระหว่างพวกเขา” 

(ซูเราะฮฺ อัชชูรอฮฺ อายะฮฺที่ 38)

 

ภรรยามีสิทธิขอหย่าจากสามีได้

 

          หากนางอยู่ในสภาพที่ไม่พึงพอใจต่อสามีของนาง ด้วยเงื่อนไข คือ การคืนสินสอดที่นางได้รับจากเขามา ยกเว้นถ้าเขายอมสละสิทธิของเขาไป

     ท่านฮะบีบะฮฺ บินติ ซะฮฺล์ ได้ตกเป็นภรรยาของษาบิต บิน ก็อยสฺ บิน ชัมมาส ซึ่งเขาเป็นชายหนุ่มที่มีหน้าตาน่ารังเกียจ

     นางได้กล่าวแก่ท่านศาสนทูตของอัลลอฮฺว่า โอ้ท่านศาสนทูตของอัลลอฮฺ หากฉันไม่ยําเกรงอัลลอฮฺ ฉันจะถ่มน้ำลายใส่หน้าเขาทุกครั้งที่เขาเข้ามาหาฉัน

     ท่านเลยถามนางว่าเธอพร้อมที่จะส่งคืนส่วนที่เธอได้รับจากเขาหรือไม่ ?” 

     นางตอบว่า ใช่

     นางจึงคืนทรัพย์ส่วนนั้นแก่เขา ท่านศาสนทูตของอัลลอฮฺ (ขอความสันติจงมีแด่ท่าน) จึงสั่งให้ทั้งสองหย่ากัน 

(บันทึกโดย สุนัน อิบนิมาญะฮฺ)

 

 

♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥