การสมรสของท่านนบีมูซา (อะลัยฮิสลาม)
  จำนวนคนเข้าชม  615


การสมรสของท่านนบีมูซา (อะลัยฮิสลาม)

 

โดย... อับดุลวาเฮด สุคนธา

 

          ท่านนบีมูซา (อะลัยฮิสลาม) เป็นบุตรของอิมรอน สืบเชื้อสายมาจากลูกหลานของท่านนบีอิบรอฮีม(อะลัยฮิสลาม) กำเนิด ประเทศ (อียิปต์ในปัจจุบัน) ในสมัยเจ้าเมืองผู้มีอำนาจเด็ดขาดคือ ฟิรอูน เมื่อท่านนบีมูซาเข้าสู่ช่วงวัยฉกรรจ์ อัลลอฮฺประทานความรู้ความเข้าใจให้อย่างมากมาย

อัลลอฮฺกล่าวว่า

 

وَلَمَّا بَلَغَ أَشُدَّهُ وَاسْتَوَىٰ آتَيْنَاهُ حُكْمًا وَعِلْمًا ۚ وَكَذَٰلِكَ نَجْزِي الْمُحْسِنِينَ القصص 14

 

     “และเมื่อเขาบรรลุความเป็นหนุ่มและเติบโตเต็มที่แล้ว เราได้ให้ความเข้าใจ และความรู้แก่เขา และเช่นนั้นแหละ เราจะตอบแทนแก่บรรดาผู้กระทำความดี

 

          อยู่มาวันหนึ่ง ท่านออกไปนอกพระราชวัง พบชายชาวอียิปต์กับชายชาวบะนีอิสรออีล กำลังทะเลาะกัน ถึงกับจะฆ่ากัน ท่านเข้าไปช่วยชาวบะนีอิสรออีล ด้วยการใช้มือกระทุ้งเข้าที่ท้อง ทำให้ชาวอียิปต์ถึงแก่ความตาย โดยไม่เจตนาที่จะให้ตาย

อัลลอฮฺกล่าวว่า

 

وَدَخَلَ الْمَدِينَةَ عَلَىٰ حِينِ غَفْلَةٍ مِّنْ أَهْلِهَا فَوَجَدَ فِيهَا رَجُلَيْنِ يَقْتَتِلَانِ هَٰذَا مِن شِيعَتِهِ وَهَٰذَا مِنْ عَدُوِّهِ ۖ فَاسْتَغَاثَهُ الَّذِي مِن شِيعَتِهِ عَلَى الَّذِي مِنْ عَدُوِّهِ فَوَكَزَهُ مُوسَىٰ فَقَضَىٰ عَلَيْهِ ۖ قَالَ هَٰذَا مِنْ عَمَلِ الشَّيْطَانِ ۖ إِنَّهُ عَدُوٌّ مُّضِلٌّ مُّبِينٌ القصص 15

     “และเขา (มูซา) ได้เข้าไปในเมือง ขณะที่ชาวเมืองกำลังพักผ่อน เขาได้เห็นชายสองคนต่อสู้กันอยู่ในนั้น คนหนึ่งมาจากพวกพ้องของเขา และอีกคนหนึ่งมาจากฝ่าย (ที่เป็น) ศัตรูของเขา ดังนั้น คนที่มาจากพวกพ้องของเขาได้ร้องขอความช่วยเหลือ เพื่อให้ปราบฝ่ายที่เป็นศัตรูของเขา มูซาได้ต่อยเขาแล้วได้ฆ่าเขา เขากล่าวว่านี่มันเป็นการกระทำของชัยฏอน แท้จริงมันเป็นศัตรูที่ทำให้หลงผิดอย่างแจ้งชัด

 

* ท่านอิบนุ อับบาส กล่าวว่า เป็นช่วงเวลาค่ำคืน ระหว่าง มักริบ กับอีซา

* นักอถาธิบายกรุอ่านท่านอื่น เช่น ท่าน สะฮีด ท่าน อิกรีมะ กล่าวว่า เป็นหลังเที่ยงวัน

* ท่านมูญาฮิด กล่าว ท่านนบีมูซาให้ฝ่ามือ

* ท่านกอตาดะฮฺ กล่าวว่า ใช้ไม้เท้าฝาดลงไป

 

ท่านนบีมูซาขออภัยโทษต่ออัลลอฮฺกับที่สิ่งทำผิดโดยไม่มีเจตนา กล่าวว่า

 

قَالَ رَبِّ إِنِّي ظَلَمْتُ نَفْسِي فَاغْفِرْ لِي فَغَفَرَ لَهُ ۚ إِنَّهُ هُوَ الْغَفُورُ الرَّحِيمُ القصص (16)

 

     เขากล่าวว่าข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ แท้จริงข้าพระองค์ได้อธรรมต่อตนเอง ดังนั้นขอพระองค์ทรงอภัยให้แก่ข้าพระองค์ด้วยแล้วพระองค์ก็ได้อภัยให้เขา แท้จริงพระองค์เป็นผู้ทรงอภัย ผู้ทรงเมตตาเสมอ

 

          ครั้นเมื่อข่าวการฆาตกรรมของนบีมูซา ได้แพร่สบัดไปยังกลุ่มชนอีปต์และเมื่อฟาโรห์รับทราบเรื่องนี้สั่งมีการจับตัวท่านนบีมูซา และญาติของเขามีมติว่าจะจับนบีมูซา มาฆ่าให้ตายตามกัน มีชายคนดีผู้หนึ่งนำข่าวในวังของฟาโรห์มาแจ้งกับ ท่านนบีมูซา การตามจับตัวท่าน และให้ท่านนั้น หลบหนีออกจากเมืองโดยด่วน ท่านจึงได้หลบหนีไปยังเมืองมัดยัน

อัลลอฮฺกล่าวว่า

 

فَأَصْبَحَ فِي الْمَدِينَةِ خَائِفًا يَتَرَقَّبُ فَإِذَا الَّذِي اسْتَنصَرَهُ بِالْأَمْسِ يَسْتَصْرِخُهُ ۚ قَالَ لَهُ مُوسَىٰ إِنَّكَ لَغَوِيٌّ مُّبِينٌ فَلَمَّا أَنْ أَرَادَ أَن يَبْطِشَ بِالَّذِي هُوَ عَدُوٌّ لَّهُمَا قَالَ يَا مُوسَىٰ أَتُرِيدُ أَن تَقْتُلَنِي كَمَا قَتَلْتَ نَفْسًا بِالْأَمْسِ ۖ إِن تُرِيدُ إِلَّا أَن تَكُونَ جَبَّارًا فِي الْأَرْضِ وَمَا تُرِيدُ أَن تَكُونَ مِنَ الْمُصْلِحِينَ وَجَاءَ رَجُلٌ مِّنْ أَقْصَى الْمَدِينَةِ يَسْعَىٰ قَالَ يَا مُوسَىٰ إِنَّ الْمَلَأَ يَأْتَمِرُونَ بِكَ لِيَقْتُلُوكَ فَاخْرُجْ إِنِّي لَكَ مِنَ النَّاصِحِينَ فَخَرَجَ مِنْهَا خَائِفًا يَتَرَقَّبُ ۖ قَالَ رَبِّ نَجِّنِي مِنَ الْقَوْمِ الظَّالِمِينَ القصص 18-21

 

เมื่อเข้ามาอยู่ในเมือง เขากลัวว่าจะเกิดภัยแก่เขา ขณะนั้นผู้ที่เคยขอร้องเขาให้ช่วยเหลือเมื่อวานนี้ กำลังร้องเรียกให้ช่วยเขาอีก มูซาจึงพูดกับเขาว่าแท้จริงเจ้านั้นเป็นผู้หลงผิดอย่างแน่นอน

เมื่อเขาต้องการที่จะปราบผู้ที่เป็นศัตรูกับเขาทั้งสอง เขากล่าวว่าโอ้มูซาเอ๋ย ! ท่านต้องการที่จะฆ่าฉันดั่งที่ท่านได้ฆ่าคนหนึ่งไปแล้วเมื่อวานนี้หรือ ? ท่านไม่ปรารถนาสิ่งใดนอกจากเป็นผู้ก่อกวนทารุณในแผ่นดิน และท่านไม่ปรารถนาที่จะเป็นผู้ปรองดองให้ดีต่อกัน

และชายคนหนึ่ง ได้มาจากชานเมืองอย่างรีบเร่ง เขากล่าวว่าโอ้มูซาเอ๋ย ! พวกขุนนางชั้นผู้ใหญ่กำลังปรึกษาหารือกันเกี่ยวกับเรื่องของท่าน เพื่อจะฆ่าท่าน ดังนั้น จงออกไปเถิด แท้จริงฉันเป็นผู้หวังดีต่อท่าน

ดังนั้น เขาจึงออกจากเมืองนั้นในสภาพหวาดกลัวว่าจะเกิดภัย เขากล่าวว่าข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ โปรดช่วยข้าพระองค์ให้รอดพ้นจากหมู่ผู้อธรรม

 

อัลลอฮฺกล่าวว่า

وَلَمَّا تَوَجَّهَ تِلْقَاءَ مَدْيَنَ قَالَ عَسَىٰ رَبِّي أَن يَهْدِيَنِي سَوَاءَ السَّبِيلِ (القصص22)

 

     "และเมื่อเขามุ่งหน้าไปยัง (เมือง) มัดยัน เขากล่าวว่าหวังว่าพระเจ้าของฉันจะทรงชี้แนะแก่ฉันสู่ทางอันเที่ยงตรง

 

อัลลอฮฺกล่าวว่า

وَلَمَّا وَرَدَ مَاء مَدْيَنَ وَجَدَ عَلَيْهِ أُمَّةً مِّنَ النَّاسِ يَسْقُونَ وَوَجَدَ مِن دُونِهِمُ امْرَأتَيْنِ تَذُودَانِ قَالَ مَا خَطْبُكُمَا قَالَتَا لا نَسْقِي حَتَّى يُصْدِرَ الرِّعَاء وَأَبُونَا شَيْخٌ كَبِيرٌ )[القصص: 23].

 

     "และเมื่อเขามาพบบ่อน้ำแห่ง (เมือง) มัดยัน เขาได้พบฝูงชนกลุ่มหนึ่งกำลังตักน้ำ และนอกจากพวกเขาเหล่านั้น เขายังได้พบหญิงสองคนคอยห้าม (ฝูงแกะ

     เขา (มูซา) กล่าวถามว่าเรื่องราวของเธอทั้งสองเป็นมาอย่างไร ?” 

     นางทั้งสองกล่าวว่าเราไม่สามารถตักน้ำได้ จนกว่าคนเลี้ยงแกะเล่านั้นจะถอยออกไป และบิดาของเราก็เป็นคนแก่มากแล้ว

 

          ขณะที่ท่านกำลังเดินทางไปที่เมืองมัดยัน ท่านพบบ่อน้ำแห่งหนึ่งที่บุคคลจำนวนมากจะเอาน้ำในบ่อให้สัตว์เลี้ยงกิน และเห็นผู้หญิงสองคนจะเข้าไปเอาน้ำ แต่ต้องคอยเป็นเวลานาน เนื่องจากผู้คนจำนวนมาก ท่านจึงได้ยกหินที่หนักต้องใช้คนยก 10 คน เปิดปากบ่อใหม่ขึ้นอีกบ่อหนึ่ง ทำให้ผู้หญิงทั้งสองคนนั้นได้น้ำไปให้สัตว์กิน

 

อัลลอฮฺกล่าวว่า

 

فَسَقَىٰ لَهُمَا ثُمَّ تَوَلَّىٰ إِلَى الظِّلِّ فَقَالَ رَبِّ إِنِّي لِمَا أَنزَلْتَ إِلَيَّ مِنْ خَيْرٍ فَقِيرٌ (القصص) 24

 

     "ดังนั้น เขาจึงตักน้ำให้แก่นางทั้งสองแล้วก็กลับไปพักใต้ร่ม และกล่าวว่าข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ แท้จริงข้าพระองค์อยากได้ในความดีที่พระองค์ประทานลงมาให้แก่ข้าพระองค์

 

     ท่านอิบนุ อับบาส กล่าวว่า เมื่อท่านนบีมูซาช่วยเหลือหญิงสาวทั้งสองในการตักน้ำให้ฝูงแกะของนาง ท่านนบีมูซาไปนั่งหลบร่มอยู่ใต้ต้นไม้ ในสภาพหิว ไม่มีรองเท้าใส่ เมื่อทั้งสองกลับไปถึงบ้านก็เล่าให้บิดาฟัง ว่ามีชายคนหนึ่งเปิดบ่อน้ำให้ บิดาของหญิงสาวทั้งสองนี้ จึงสั่งให้บุตรีไปตามชายคนนั้นมาที่บ้าน และบุตรีบอกแก่บิดาว่า ให้จ้างชายคนนั้นไว้เลี้ยงสัตว์ของเรา เพราะเขาแข็งแรงและไว้ใจได้ ในที่สุดบิดาของหญิงสาวทั้งสอง ได้ทำการแต่งงานกับบุตรีของท่านในเวลาต่อมา

 

อัลลอฮฺกล่าวว่า

 

فَجَاءَتْهُ إِحْدَاهُمَا تَمْشِي عَلَى اسْتِحْيَاءٍ قَالَتْ إِنَّ أَبِي يَدْعُوكَ لِيَجْزِيَكَ أَجْرَ مَا سَقَيْتَ لَنَا ۚ فَلَمَّا جَاءَهُ وَقَصَّ عَلَيْهِ الْقَصَصَ قَالَ لَا تَخَفْ ۖ نَجَوْتَ مِنَ الْقَوْمِ الظَّالِمِينَ قَالَتْ إِحْدَاهُمَا يَا أَبَتِ اسْتَأْجِرْهُ ۖ إِنَّ خَيْرَ مَنِ اسْتَأْجَرْتَ الْقَوِيُّ الْأَمِينُ قَالَ إِنِّي أُرِيدُ أَنْ أُنكِحَكَ إِحْدَى ابْنَتَيَّ هَاتَيْنِ عَلَىٰ أَن تَأْجُرَنِي ثَمَانِيَ حِجَجٍ ۖ فَإِنْ أَتْمَمْتَ عَشْرًا فَمِنْ عِندِكَ ۖ وَمَا أُرِيدُ أَنْ أَشُقَّ عَلَيْكَ ۚ سَتَجِدُنِي إِن شَاءَ اللَّهُ مِنَ الصَّالِحِينَ القصص 25-27

 

     "นางคนหนึ่งในสองคนได้มาหาเขา เดินมาอย่างขวยเขิน แล้วกล่าวขึ้นว่าคุณพ่อของดิฉันขอเชิญท่านไป เพื่อจะตอบแทนค่าแรงแก่ท่านที่ได้ช่วยตักน้ำให้เรา” 

     ครั้นเมื่อเขา (มูซา) ได้มาหาเขา (นะบีชุไอบฺ) และได้เล่าเรื่องราวแก่เขา เขากล่าวว่าท่านไม่ต้องกลัว ท่านได้หนีพ้นจากหมู่ชนผู้อธรรมแล้ว

     นางคนหนึ่งในสองคนกล่าวว่าโอ้คุณพ่อจ๋า! จ้างเขาไว้ซิ แท้จริงคนดีที่ท่านควรจะจ้างเขาไว้คือ ผู้ที่แข็งแรง ผู้ที่ซื่อสัตว์

     เขา (บิดาหญิง) กล่าวว่าแท้จริง ฉันต้องการที่จะให้ท่านสมรสกับลูกสาวคนหนึ่งในสองคนนี้ โดยท่านจะต้องทำงานให้ฉัน 8 ปี และถ้าท่านทำได้ครบ 10 ปี ก็เป็นความดีที่มาจากท่าน ฉันไม่ต้องการที่จะทำความลำบากให้ท่าน อินชาอัลลอฮ์ ท่านจะพบฉันอยู่ในหมู่คนดี"

 

     นักอัถถาธิบายกรุอ่าน มีความเห็นที่ไม่ตรงกันในเรื่องบิดาของหญิงสาวทั้งสอง ชื่อมีนามว่า يثرون يثرى

* ท่านกุรตุบีย์ กอกว่า ชายคนนี้คือท่านนบีชุอัยบะฮ์ อะลัยฮฺสลาม

* ท่านอัตตอบรีย์ กล่าวว่า ชายคนนี้คือ ลูกพี่ชายของท่านนบีชุอัยบะฮ์ ฮะลัยฮิสลาม

* ท่าน อิบนุ กะซีร กล่าวว่า ชายคนนี้เป็นคนดีที่มาจากกลุ่มชนของท่านนบีชุอัยบะฮ์

          ตามสายรายงานของบิดาหญิงสาวทั้งสอง ที่ถูกต้องที่สุด ไม่ใช่ท่านนบีชุอัยบะฮ์ แต่เป็นคนดีจากกลุ่มชนของท่านนบีชุอัยบะฮ์ตามที่ท่าน อิบนุ กะซีรกล่าวเอาไว้ ในหนังสือของท่าน ชื่อ ประวัติของบรรดานบีต่างๆ วัลลอฮุอะลัม

 

ส่วนชื่อของหญิงสาวทั้งสองคน

* صفورا

* صفوريا

* صفوراء

* صفيراء

อีกคน ชื่อ

* ليا

* شرفا

* عبرا

ในหนังสือตัฟชีร กุรตูบีย์ อัตต็อบรีย์

 

     ท่านนบีมูซา เลือกแต่งงานกับคนน้อง ซึ่งเป็นคนที่ไปตามท่านนบีมูซามาเจอบิดาของนางในวันนั้น

     นบีมูซาอยู่ในมัดยันเป็นเวลา 10 ปี หลังจากนั้นท่านและภรรยาก็ได้เดินทางกลับไปที่มิสรี เมื่อไปถึงภูเขาลูกหนึ่ง สถานที่นั้นเอง ท่านได้รับการแต่งตั้งให้เป็นรอซูลนำบัญญัติเผยแผ่แก่ฟิรอูนและพวกพ้อง โดยอัลลอฮ์ประทานมัวะอ์ญิซาต คือ ไม้เท้าที่ขว้างไปจะกลายเป็นงูใหญ่ให้ และเมื่อล้วงมือไปในคอเสื้อแล้วเอาออกมา จะปรากฏแสงขาวนวลขึ้น โดยไม่เป็นอันตรายแก่ใคร ทั้งนี้เพื่อแสดงถึงความเป็นรอซูลของอัลลอฮ์ 

 

สิ่งที่ได้รับจากเรื่องนี้

 

* สำหรับคนดี อัลลอฮฺ จะประทานสิ่งที่ดี จากความเข้าในเรื่องศาสนา

* จะต้องขอดุอาอฺเพื่อได้รับทางนำที่ดี

* จะต้องอภัยโทษจากการกระทำโดยไม่รู้ตัว

* ส่งเสริมให้ช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน

* ส่งเสริม วิงอวนขอปัจจัยยังชีพต่อพระองค์

       * ต้องมีมารยาทในการสนทนาระหว่างเพศตรงข้าม ถามและตอบเท่าที่จำเป็น เช่นที่ท่านนบีมูซาตอบหญิงสาวสองคน และนางตอบแบบสั้นๆได้ใจความ

       * ท่านนบีมูซานั้นเป็นคนที่มีคุณธรรม เพราะตอนที่หญิงสาวมาตามให้ไปที่บ้าน ท่านนบีมูซาให้นางเดินข้างหลังและคอยบอกทาง บ่งบอกถึงมารยาทที่ดี

* การเสนอ ลูกสาวแต่งงานกับคนดีถือว่าเป็นซุนนะของอิสลาม

* คุณสมบัติที่ดีของสตรีมุสลิมะฮฺ คือความละอาย

* การแต่งงานจะต้องไม่เรียกค่าสินสอดมากเกินไป