ประวัติศาสตร์สามจังหวัดชายแดนภาคใต้
  จำนวนคนเข้าชม  28004

ประวัติศาสตร์สามจังหวัดชายแดนภาคใต้
 


           ราชอาณาจักรไทยประกอบขึ้นด้วยดินแดนที่เคยเป็นรัฐโบราณและหัวเมืองต่าง ๆ ในอดีต  ผนวกรวมกันขึ้นเป็นรัฐสมัยใหม่ที่มีอาณาเขตพรมแดนที่แน่นอน  แต่เนื่องจากความเข้มแข็งของผู้ปกครองในแต่ละยุคสมัย  รวมทั้งปฏิสัมพันธ์กับรัฐเพื่อนบ้าน  และความพยายามที่จะเป็นอิสระของหัวเมืองต่าง ๆ ที่เคยมีอิสรภาพมาแต่เดิม  ทำให้พัฒนาการของราชอาณาจักรไทยแต่ละยุคแต่ละสมัยต้องเผชิญกับพลังอำนาจทั้งภายในและภายนอกราชอาณาจักรมาอย่างต่อเนื่อง  แม้ว่าหลังยุคสมัยการขยายอาณานิคมของชาติตะวันตกมีข้อตกลงที่ชัดเจน เกี่ยวกับสถานภาพของรัฐต่างๆ ในภูมิภาคนี้  แต่ความไม่พอใจและปฏิกิริยาของกลุ่มการเมืองและกลุ่มชาติพันธ์บางกลุ่มยังคงดำรงอยู่และมีความเคลื่อนไหวเป็นระยะ ๆ  

          การเรียนรู้ความจริงทางประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นในภูมิภาคต่าง ๆ ของราชอาณาจักรไทย  โดยเฉพาะกรณีสามจังหวัดชายแดนภาคใต้   ได้เปิดกว้างและรับรู้ว่าความจริงเหล่านั้นเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ราชอาณาจักรไทย  ย่อมดีกว่าการปฏิเสธ หรือปิดโอกาสการเรียนรู้  ซึ่งนอกจากจะสร้างทัศนะที่คับแคบให้กับพลเมืองไทยแล้ว  ยังเปิดโอกาสให้กลุ่มเคลื่อนไหวกลุ่มต่าง ๆ   นำจุดอ่อนดังกล่าวไปขยายผลให้เกิดประโยชน์ทางการเมืองทั้งภายในและภายนอกประเทศ  จนพลังการขัดแย้งอาจขยายตัวรุนแรงเกินกว่าที่คนไทยด้วนกันเองจะเยียวยาได้ในอนาคต

          ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาทั้งฝ่ายรัฐและฝ่ายเคลื่อนไหวได้เลือกใช้ประวัติศาสตร์บางตอนให้เป็นประโยชน์ต่อฝ่ายตน เช่น ฝ่ายรัฐอ้างเรื่องการเสียดินแดนเพื่อปลุกสำนึกคนไทยทั้งประเทศให้หวงแหนแผ่นดิน  ขณะที่ฝ่ายเคลื่อนไหวก่อความไม่สงบได้อ้างถึงรัฐปัตตานีและการทวงคืนอิสรภาพของชาวมลายูปัตตานี  การใช้ประวัติศาสตร์ดังกล่าวก่อให้เกิดการเผชิญหน้าและขัดแย้งขยายผลอย่างรุนแรงและรวดเร็ว  จนกระทั่งคนไทยบางคนถึงกับกล่าวว่า

“ ไม่จำเป็นต้องรับรู้ประวัติศาสตร์ใด ๆ  ทั้งสิ้น เพราะปัจจุบันที่นี่คือแผ่นดินไทย ” 

ขณะเดียวกันฝ่ายความเคลื่อนไหวก็เผยแพร่ข้อความ

 “ คนซีแย ( สยาม ) รุกรานคนมลายู จงขับไล่พวกมันออกไป ” 


          ปฏิกิริยาต่อกันและกันของคนไทยเพียง 2 ตัวอย่างนี้ มากเกินพอที่จะกล่าวว่า  ความขัดแย้งของคนไทยได้ขยายออกไปมากกว่าที่คิด  การอธิบายความจริงทางประวัติศาสตร์  แม้ว่าจะไม่มีหลักประกันใด ๆ  ว่าความขัดแย้งจะยุติลงในทันที  แต่ก็ต้องดำเนินการอย่างรีบด่วน ให้คนไทยเข้าใจประวัติศาสตร์ของประเทศตนเองอย่างถูกต้อง   มีทัศนะที่เปิดกว้างมากขึ้นและไม่ควรนำความขัดแย้งไม่ว่าในอดีตหรือปัจจุบันไปขยายผลให้เกิดความเลวร้ายยิ่งขึ้นไปอีก มิเช่นนั้นเท่ากับว่าคนในยุคปัจจุบันได้สร้างประวัติศาสตร์ที่เลวร้ายกว่าอดีตไว้ให้ลูกหลานต่อไป

          ในมุมมองที่ตรงกันข้าม  ในด้านอารยธรรมและภูมิรัฐศาสตร์พบว่าประวัติศาสตร์ได้สร้างสรรค์อารยธรรมที่ก่อให้ เกิดความภูมิใจในบรรพบุรุษของคนสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ไว้มากมาย  จึงควรสนับสนุนส่งเสริมให้การศึกษาเผยแพร่ความรู้ให้สาธารณชนได้รับทราบสิ่งที่ดีงาม ที่ปรากฏเป็นมรดกอารยธรรมสืบทอดมาถึงทุกวันนี้ให้มากขึ้นกว่าที่ผ่านมา

ดร.ครองชัย หัตถา

รองศ. ภาควิชาภูมิศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์

มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

ที่มา : ศูนย์ข่าวอิศรา