หลอกให้กลัว..พัฒนาการถดถอย
  จำนวนคนเข้าชม  5110

หลอกให้กลัว..พัฒนาการถดถอย

 
       เคยไหมที่บอกลูกว่า

       "ถ้าไม่เชื่อเดี๋ยวให้ตำรวจมาจับนะ"
       "อย่านอนกินเดี๋ยวเป็นงูนะ"
       "รีบนอนได้แล้ว เดี๋ยวผีมาหลอกนะ"
       "ห้ามเล่นซ่อนแอบตอนกลางคืน เดี๋ยวผีมาเอาตัวไป"
      
       เชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่หลายท่านอาจเคยพลั้งเผลอพูดจาหลอกลูกทำนองนี้กันอยู่บ้าง ด้วยไม่รู้จะจัดการกับอาการดื้อดึงของเจ้าตัวเล็กอย่างไร หรือทำตามความเคยชินที่ปู่ย่าตายายเคยเลี้ยงมา
      
       เรื่องจริงของการหลอก
      
       แท้จริงแล้ว การหลอกให้ลูกกลัว หรือให้เชื่อไปตามสิ่งที่เราบอกนั้น แม้จะทำให้สถานการณ์บางอย่างคลี่คลาย เช่น ลูกอาจจะยอมนอนเพราะกลัวผีมาหลอก หรืออาจจะหยุดร้องเพราะกลัวตำรวจมาจับ แต่สิ่งหนึ่งที่ฝังลงไปในความรู้สึกของลูกคือ
"ความรู้สึกกลัวอย่างไร้เหตุผล"
      
       อย่างไรก็ดี เด็กในวัยนี้ก็เป็นวัยที่กำลังเรียนรู้เรื่องของ "เหตุผล" เพื่อให้เขาเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่มีสมดุลทางอารมณ์ ดังที่ ศ.เกียรติคุณ พญ.ชนิกา ตู้จินดา บอกเอาไว้ว่า

          "ความกลัวเป็นหนึ่งในบรรดาความรู้สึกต่าง ๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อความเข้มแข็งของเด็ก ทำให้เกิดความไม่มั่นคงในจิตใจ ว้าวุ่น หวาดกลัว ไม่มั่นใจในตัวเอง พาลเป็นผลเสียต่อสุขภาพ จึงต้องพยายามเลี้ยงลูกอย่าให้เป็นคนขลาดกลัวอะไรโดยไม่มีเหตุผล"
      
       การหลอกลูกให้กลัวในสิ่งที่ไม่จำเป็นต้องกลัว จึงเป็นเสมือนการตอกย้ำให้พัฒนาการทางด้านอารมณ์จิตใจของลูกย่ำอยู่กับที่ ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีพ่อแม่คนไหนต้องการให้เป็นเช่นนั้น
      
       ผลจากการหลอกให้กลัวอย่างไร้เหตุผล
      
       แน่นอนว่า การหลอกให้กลัวอย่างไร้เหตุผลส่งผลต่อพัฒนาการทางด้านอารมณ์และจิตใจของลูก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กวัยที่จินตนาการกำลังเบ่งบาน ทำให้เมื่อไรที่เขารู้สึกกลัว ความกลัวนั้นจะฝังแน่นในความรู้สึกมากกว่าผู้ใหญ่หลายเท่า
      
       พ่อแม่ที่หลอกให้ลูกกลัวอย่างไร้เหตุผล ความกลัวนี้จะติดไปจนเขาโต และกลายเป็นผู้ใหญ่ที่กลัวในสิ่งที่ไม่น่าจะกลัว เช่นเดียวกับที่ ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ กล่าวเอาไว้ว่า
      
     
  "เป็นการสร้างนิสัยให้เด็กขาดการใช้ความคิดไตร่ตรอง ไม่หาความจริงด้วยเหตุผล ยิ่งไปกว่านั้น หากลูกมีความกลัวอย่างรุนแรง เมื่อต้องอยู่ในภาวะเช่นนั้นนาน ๆ อาจทำให้เกิดอาการทางประสาทได้ เช่น เด็กที่กลัวความมืด หากให้อยู่ในห้องมืดคนเดียว จะเกิดความเครียด นอนไม่หลับในเวลากลางคืน หัวใจจะเต้นเร็ว สมองจะจินตนาการไปต่าง ๆ นานา และสามารถหวีดร้องได้แค่มีใบไม้ใบหนึ่งปลิวมาปะทะหน้าต่าง ทั้ง ๆ ที่ในความมืดนั้นไม่มีอันตรายแต่อย่างใด ดังนั้นการช่วยให้เด็กเลิกกลัวอย่างไม่มีเหตุผลจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น เพราะจะช่วยพัฒนาการใช้เหตุผลของเด็ก ให้รู้จักพิสูจน์ความจริงก่อนตอบสนอง เมื่อเติบโตขึ้นก็จะเป็นคนที่มีเหตุผล ไม่กลัวสิ่งใดง่าย ๆ ช่วยทำให้เด็กไม่หลงเชื่อสิ่งใดอย่างง่าย ๆ เพียงเพราะรู้สึกกลัวอย่างไม่มีเหตุผล"
      
       อย่างไรก็ดี ความกลัวก็มีด้านดีด้วยเช่นกัน แต่ต้องย้ำว่าเป็นความกลัวที่ขึ้นอยู่กับเหตุและผลด้วย เช่น กลัวประสบอุบัติเหตุ เพราะจะทำให้เราทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยความไม่ประมาท
      
       ไม่ให้หลอก แล้วต้องทำอย่างไร
      
       สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่เคยหลอกลูกให้กลัวไปแล้ว ก็ยังไม่สายเกินไป หากคิดจะปรับท่าทีเสียใหม่ และตั้งสติก่อนจะเอื้อนเอ่ยคำหลอกใด ๆ แก่ลูก เรามาดูกันว่าพอจะมีวิธีไหนบ้างที่ช่วยให้เราเลี่ยงการหลอกลูกอย่างไร้เหตุผลมาสู่การใช้เหตุผลมากขึ้น
      
       - ตั้งสติก่อนคิดจะหลอกลูกให้กลัว พ่อแม่ควรตั้งสติทุกครั้งก่อนที่จะพลั้งปากหลอกลูก ว่าเราต้องการให้ลูกเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่มีเหตุผล หรือว่าเป็นผู้ใหญ่ที่กลัวไปหมดทุกเรื่อง
      
       - อธิบายลูกด้วยเหตุและผล จากที่เคยบอกลูกว่า รีบนอนได้แล้ว เดี๋ยวมีผีมาหลอก ก็เปลี่ยนใหม่เป็นว่า หนูควรรีบนอนได้แล้ว เพราะพรุ่งนี้หนูจะต้องตื่นแต่เช้าเพื่อไปโรงเรียนให้ทันเวลา ถ้าหนูนอนดึกไปกว่านี้ หนูจะนอนไม่พอ พอถึงเวลาตื่นก็จะไม่อยากตื่น อารมณ์ไม่แจ่มใส ที่สำคัญจะทำให้หนูไปโรงเรียนไม่ทัน
      
       - เป็นแบบอย่างที่ดี ไม่กลัวอย่างไร้เหตุผล
      
       - แก้ไขความเข้าใจผิด หากผู้ใหญ่ในบ้านหลอกลูกให้กลัว พ่อแม่จำเป็นอย่างยิ่งที่จะอธิบายให้ผู้ใหญ่ในบ้านทราบว่า เพราะเหตุใดจึงไม่ควรหลอกให้หลานเช่นนั้น ที่สำคัญคือต้องแก้ไขความเข้าใจผิดให้แก่ลูกด้วย เช่น การที่คุณยายบอกว่าไม่ให้หนูเล่นซ่อนแอบตอนกลางคืน อาจถูกผีจับตัวไป ที่จริงแล้วไม่มีผีที่ไหนมาจับตัวลูกไปได้ แต่คุณยายพูดไปเพราะเป็นห่วง กลัวลูกจะไปเล่นไกลหูไกลตา และหลงหายไปมากกว่า
      
       หากพ่อแม่ต้องการให้ลูกเติบโตทางความคิด มีความมั่นคงทางอารมณ์ มีความสามารถในการใช้เหตุและผลได้เป็นอย่างดี นอกจากการปลูกฝังนิสัยให้ลูกพิจารณาจากเหตุและผลแล้ว พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เช่น การหลอกให้กลัว ก็ควรจะลด ละ เลิกด้วยค่ะ
 


 
Modern Mom