อัลฮัจญ์ เดชานุภาพแห่งอัลลอฮ์
  จำนวนคนเข้าชม  7247

อัลฮัจญ์ เดชานุภาพแห่งอัลลอฮ์


          ครั้นถึงฤดูกาลทำฮัจญ์  ข่าวที่น่าสนใจหลายๆข่าวก็จะปรากฏขึ้นมาให้ชาวโลกได้รับรู้ ทั้งข่าวในด้านบวกและข่าวในด้านลบ ฤดูฮัจญ์ปีนี้ก็เช่นเดียวกัน เต็มไปด้วยข่าวนานาชนิด แต่มีข่าวหนึ่งที่หน้าสนใจ เป็นข่าวซึ่งนอกจากจะมีนัยสำคัญในทางโลกแล้ว ยังมีนัยสำคัญในทางศาสนาอีกด้วย ข่าวนี้คือข่าวเกี่ยวกับรายได้ของประเทศซาอุดิอาราเบีย ที่ได้รับจากบรรดาคนที่ไปประกอบพิธีฮัจญ์จากทั่วโลกในปีนี้ อันที่จริงรายได้ดังกล่าวมีขึ้นทุกปี แต่ทางการซาอุดีอารเบียไม่ค่อยจะได้เปิดเผยให้คนภายนอกได้รับรู้

ทางการของซาอุดี ได้รายงานว่า รายได้ที่ได้จากผู้ไปประกอบพิธีฮัจญ์ ของช่วงเทศกาลฮัจญ์ที่ผ่านมา มีจำนวนถึง 11,000 ล้านริยัล หรือประมาณ 110,000 ล้านบาท

          ถ้าจะนับไปแล้วในวันที่ 5 มกราคม ที่ผ่านมา เป็นช่วงเวลาเพียงครึ่งเดียวของช่วงเวลาที่ผู้ประกอบพิธีฮัจญ์ส่วนใหญ่จะจับจ่ายใช้สอยอีกด้วย ช่วงเวลาการใช้เงินจริงๆ อาจจะเป็นช่วงท้ายของฤดู คือปลายเดือนมกราคม หรือต้นเดือนกุมพาพันธ์ ซึ่งได้เสร็จพิธีการทางศาสนาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ถ้าถึงตอนนั้น รายได้ของประเทศซาอุดีอารเบีย อาจจะเพิ่มขึ้น 200,000 กว่าล้านบาทเป็นแน่ รายได้ทั้งหมดนี้ก็ได้กระจายไปสู่ภาคกิจการต่างๆ ของชาวมักกะห์และบริเวณใกล้เคียงอย่างทั่วถึง เช่นโรงแรม อพาร์ตเม้น บ้านเช่า ร้านอาหาร ร้านขายเสื้อผ้า และร้านขายของเบ็ดเตล็ด เครื่องบิน แท็กซี่ รถประจำทาง ร้านซักเสื้อผ้า ฯลฯ ทุกกิจการที่กล่าวมานี้ ต่างก็ได้รับส่วนแบ่งอย่างเป็นกอบเป็นกำ

         ต่อไปนครมักกะห์อาจจะกลายเป็นสถานที่แห่งเดียวในโลกที่สามารถขายสินค้าหรือบริการเกือบทุกอย่าง สิ่งที่น่าสนใจตรงนี้ คงไม่ใช่ธุรกิจค้าขายระหว่างผู้ขายและผู้ซื้อ แต่เป็นสภาวะทางเศรษฐกิจของคนชาวมักกะห์ที่ได้จากคนที่ไปประกอบพิธีฮัจญ์ แต่ละปีจะมีคนมาประกอบพิธีฮัจญ์สองล้านกว่าคน ซึ่งยังไม่นับรวมในช่วงเดือนรอมฎอน และถ้าประเทศซาอุดีไม่จำกัดจำนวนคนที่จะทำพิธีฮัจญ์ในนครศักดิ์สิทธ์แห่งนี้จะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ


         ว่ากันว่าฤดูพิธีฮัจญ์เพียงฤดูเดียว ซึ่งเป็นเวลาประมาณเดือนครึ่งถึงสองเดือนเศษ จะสามารถเลี้ยงชาวมักกะห์ได้ตลอดปี อย่างไรก็ดี สำหรับคนทั่วไปแล้ว ภาวะเศรษฐกิจของชาวมักกะห์ที่ว่านี้ก็เป็นเรื่องธรรมดาเมื่อมีคนมาเยือนมากๆ การหมุนเวียนของเงินก็มีมาก ทำให้ชาวเมืองมีรายได้สูง โดยทั่วหน้าเหมือนกับเมืองอื่นๆ

 

มักกะห์ ดินแดนแห่งพันธะสัญญา

        “มักกะห์ ดินแดนแห่งพันธะสัญญา” แต่สำหรับมุสลิมแล้ว ภาวะทางเศรษฐกิจของชาวมักกะห์นั้นมีนัยทางศาสนาอย่างลึกซึ้ง และน่าอัศจรรย์ เพราะว่ามันเป็นผลมาจากพันธะสัญญาระหว่างอัลลอฮ์ และนบีอิบรอฮีม เป็นที่ทราบกันดีว่า ในประวัติศาสตร์ของอิสลามนั้น ท่านนบีอิบรอฮีม และลูกน้อยอิสมาอีลได้มาตั้งรกรากอยู่ที่นี่ และจะต้องดำรงชีวิตอยู่ตรงนี้ เนื่องจากเป็นที่ตั้งของศาสนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในศาสนาอิสลามนั่นคือ วิหารสี่เหลี่ยมกะบะห์หรือบัยตุลลอฮ์

        ในขณะนั้นนบีอิรอฮีมคงจะรู้ดีว่าต่อไปลูกหลานของท่านคงจะอาศัยอยู่ในมักกะห์เป็นส่วนใหญ่ แต่เมืองมักะห์อยู่กลางทะเลทรายร้อนจัดในเวลากลางวัน และหนาวจัดในช่วงเวลากลางคืน และเต็มไปด้วยภูเขาหินใหญ่น้อย ยิ่งไปกว่านั้นเมืองมักกะห์อาจจะอยู่ไกลจากแหล่งน้ำนอกจากบ่อน้ำซัมซัม ดังนั้นสภาพของภูมิศาสตร์เช่นนี้ คงไม่ใช่ที่ที่จะมีการเพาะปลูกหรือมีพืชพันธ์ธัญญาหารใดๆ ดังนั้นท่านนบีอิรอฮีม จึงหวั่นวิตกว่า ลูกหลาน เหลน โหลน ของท่านที่อยู่ในพื้นดินแห้งแล้งนี้อาจจะต้องอดอยากในอนาคตและหลบหนีไปอยู่ที่อื่น

         ดังนั้น วิธีเดียวที่ท่านจะมีความหวังต่อลูกหลานได้ คือดุอาอ์จากอัลลอฮ์ เท่านั้นเพื่อให้พระองค์ประทานเครื่องยังชีพโดยตลอด ในที่สุดท่านก็ขอดุอาอ์อย่างตรงไปตรงมาที่สุดนั้น คือ ขอให้พระองค์ประทานพืชพันธ์ธัญญาหารอย่างบริบูรณ์ ดุอาอ์ของท่านปรากฏในอัลกรุอานด้วยข้อความดังนี้

“และจงรำลึกขณะที่อิบรอฮีมได้วิงวอนว่า ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ โปรดทรงให้ที่นี่เป็นเมืองที่ปลอดภัย

และโปรดประทานบรรดาผลไม้ให้เป็นปัจจัยยังชีพแก่ชาวเมืองนั้นด้วย  คือผู้ที่ศรัทธาต่ออัลลอฮ์ และวันปรโลก”

(2:126)

“โอ้พระเจ้าของข้าพระองค์ แท้จริงข้าพระองค์ได้ให้ลูกหลานของข้าพระองค์ พำนักอยู่ ณ ที่ราบลุ่มนี้โดยไม่มีพืชผลใดๆ

ซึ่งอยู่ใกล้บ้านอันเป็นเหตุหวงห้ามของพระองค์ โอ้พระเจ้าของเราเพื่อให้พวกเขาดำรงการละหมาด ขอพระองค์ทรงให้จิตใจจากปวงมนุษย์ มุ่งไปยังพวกเขา

และโปรดประทานปัจจัยยังชีพที่เป็นพืชผลแก่พวกเขา เพื่อว่าพวกเขาจะขอบคุณ"

(14:37)

          อัลลอฮ์ ทรงตอบรับดุอาอ์ของท่านนบีอิบรอฮีม อันที่จริงสิ่งที่อัลลอฮ์ประทานมาให้แก่นบีอิบรอฮีมนั้นดีกว่าพืชพันธ์ธัญญาหาร เพราะพืชพันธ์ธัญญาหารจะต้องมีการเพาะปลูกและเก็บเกี่ยว อันว่าการเพาะปลูกนั้นจะได้ผลหรือไม่ได้ผลขนาดไหนขึ้นอยู่กับภาวะธรรมชาติที่ผันผวนเปลี่ยนแปลง ปีไหนที่ลมฟ้าอากาศดีน้ำดีพืชพันธ์ทั้งหลายก็ให้ดอกออกผลอย่างงดงาม แต่ปีใดลมฟ้าอากาศไม่อำนวย ซ้ำยังมีโรคระบาดอีก การเพาะปลูกทั้งหลายก็ล้มตายหายไปเกลี้ยง ชาวเมืองก็อดอยาก แต่สิ่งที่อัลลอฮ์ ประทานมานั้นไม่ต้องพึ่งลมฟ้าอากาศ ไม่ต้องพึ่งน้ำท่าและไม่ต้องกลัวโรคระบาด ไม่ต้องกลัวว่าวงจรทางเศรษฐกิจซึ่งมีขาขึ้นขาลง นั่นคือเงินทองซึ่งคนทั้งโลกนำมาให้ทุกๆปี และจะเป็นอย่างนี้ตลอดไปจนกว่าโลกนี้จะสิ้นสลาย หรือจนกว่าบัยตุลลอฮฺจะถูกยกออกไป ทั้งหมดนี้อัลลอฮ์เท่านั้นที่ทรงทำได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจที่สุด


ชาวมักกะห์ตระหนักหรือไม่ ภาวะเศรษฐกิจของนครมักกะห์ ซึ่งไม่มีทางซบเซาหรือฝืดเคืองนั้นเป็นผลมาจากพันธะสัญญาระหว่างอัลลอฮ์ กับนบีอิบรอฮีม

         เนื่องจากนบีอิบรอฮีม กลัวว่าชาวมักกะห์จะประสบกับภาวะอดอยาก ดังนั้นหน้าที่ของชาวมักกะห์ในปัจจุบันก็คือ ถวายการขอบคุณหรือชุโกรต่ออัลลอฮ์ ให้มากๆ และในขณะเดียวกันจะต้องปฏิบัติต่อผู้แสวงบุญทุกคนด้วยไมตรีจิตที่ดีที่สุด

 

 

ที่มา :  อัลอิศลาห์ สมาคม