แนวทางการคลายทุกข์ 5
  จำนวนคนเข้าชม  2687


แนวทางการคลายทุกข์ 5


 

เขียนโดย : ชัยคฺ มุฮัมมัด ศอลิหฺ อัล มุนัจญิด

 

- จดจ่อกับชีวิตปัจจุบัน

 

          จดจ่อต่อสิ่งที่ให้ประโยชน์ รวบความคิดทั้งหมดสู่ความสนใจกับการงานปัจจุบัน สกัดการเป็นห่วง เป็นใยในอนาคตและความเศร้าเสียใจในอดีต

 

          ท่านนบี  ได้ขอความคุ้มครองจากอัลลอฮฺ ให้พ้นจากความทุกข์กังวลและความเสียใจ สำหรับความเสียใจนั้นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับอดีต ซึ่งไม่มีใครสามารถนำกลับมาหรือแก้ไขมันให้ถูกต้องได้อีกแล้ว ส่วนการเป็นห่วงเป็นใยนั้นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอันเนื่องจากความกลัวเหตุการณ์ในอนาคต

          บ่าวคนหนึ่งเป็นบุตรของเวลาปัจจุบัน (สัมผัสกับเวลาที่ดำเนินอยู่) ดังนั้น เขาควรผนึกเอาความเอาจริงเอาจังและความอุตสาหะทั้งหมดเข้ามาทำให้วันและเวลาปัจจุบันของเขาให้ดีที่สุด หากหัวใจจดจ่อที่จะทำเช่นนี้ ย่อมส่งผลให้เกิดงานที่ดีเยี่ยมอย่างแน่นอน อีกทั้งทำให้บ่าวผู้นั้นมีความสุข ปราศจากความทุกข์กังวล

          เมื่อท่านนบี  ได้ขอดุอาอฺหรือชี้แนะการดุอาอฺให้แก่อุมมะฮฺของท่าน ท่านจะกระตุ้นพร้อมๆ กับการขอความช่วยเหลือต่ออัลลอฮฺ  และความกระหายในความโปรดปรานจากพระองค์ ด้วยการให้มีการเอาจริงเอาจังและความอุตสาหพยายาม เพื่อทำให้ดุอาอฺประสบผลในอันที่จะได้รับการปกป้องในสิ่งที่ได้ขอไป เพระว่าดุอาอฺนั้นเคียงคู่ไปกับการกระทำ  ดังนั้น บ่าวคนหนึ่งๆ จะต้องพยายามในสิ่งที่เกิดประโยชน์ต่อเขา ทั้งในศาสนาและดุนยา (โลกนี้) ให้เขาขอความสำเร็จในสิ่งที่เขาตั้งเป้าหมายไว้จากผู้เป็นเจ้าของเขา และขอความช่วยเหลือจากพระองค์ ดังปรากฏในรายงานว่า

จากอบู ฮุรอยเราะฮฺ (เราะฎิยัลลอฮุ อันฮุ ) กล่าวว่า ท่านร่อซูล  กล่าวว่า 

"ผู้ศรัทธาที่แข็งแรงย่อมดีกว่าและเป็นที่รักต่ออัลลอฮฺยิ่งกว่าผู้ศรัทธาที่อ่อนแอ (แต่อย่างไรก็ตาม)

ในทั้งหมด (ทั้งแข็งแรงและอ่อนแอ) ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี จงให้ความใส่ใจในสิ่งที่ให้ประโยชน์ต่อท่าน

จงขอความช่วยเหลือต่ออัลลอฮฺ และจงอย่า (เป็นคนที่รู้สึกว่า) ไม่มีศักยภาพ
 

หากว่าสิ่งหนึ่งสิ่งใดมาประสบกับท่าน “จงอย่ากล่าวว่า หากว่าฉันทำเช่นนี้ มันก็จะเป็นเช่นนั้น”
 

แต่จงกล่าวว่า “พลานุภาพของอัลลอฮฺและสิ่งที่พระองค์ทรงประสงค์ พระองค์จึงได้กระทำ” 
 

แท้จริงคำว่า “หากว่า...” นั้นได้เปิดการงานของชัยฏอน "

(รายงานโดยมุสลิม 2664)

           ฮะดีษข้างต้นแสดงให้เห็นว่า ท่านนบี ได้รวมเอาความเชื่อมโยง ระหว่างด้านหนึ่งคือ ท่าน ได้สั่งให้มีความใจจดใจจ่อกับการงานที่เกิดประโยชน์ในทุกสภาพ พร้อมกับให้มีการขอความช่วยเหลือต่อ อัลลอฮฺ  โดยอย่าให้เกิดความรู้สึกที่ไร้ความสามารถ ซึ่งได้แก่ความเกียจคร้านอันเป็นโทษ กับอีกด้านหนึ่งคือการยอมรับต่อการงานต่าง ๆ ในอดีตเกิดขึ้นไปแล้ว โดยตระหนักถึงหลักกอฎอ กอดัร ของอัลลอฮฺ 

ท่านนบี  ได้แบ่งการงานต่าง ๆ ออกเป็น 2 ประกอบ 

     องค์ประกอบแรก คือ สิ่งที่บ่าวคนหนึ่งสามารถที่จะขวนขวายจนได้รับมัน หรือ ได้รับมันจนเกิดความสามารถ ป้องกันหรือทำให้มันเป็นเรื่องเล็กน้อยเบาบางลง กรณีเช่นนี้ บ่าวย่อมใช้ความพยายามของเขาต่อการงานนั้น พร้อมๆ กับการขอความช่วยเหลือต่ออัลลอฮฺในฐานะที่เป็นบ่าวของพระองค์

     องค์ประกอบที่สอง คือ สิ่งที่บ่าวคนหนึ่งไม่มีความสามารถในเรื่องดังกล่าว กรณีเช่นนี้ ให้เขามีจิตใจที่สงบต่อมัน พึงพอใจและยอมรับมัน ไม่ต้องสงสัยเลยว่า การใส่ใจต่อหลักพื้นฐานเช่นนี้ เป็นเหตุให้จิตใจมีความปิติสุข และทำให้ความทุกข์กังวลต่างๆ สูญหายไป 

(อ้างจาก อัล วะซาอิล อัล มุฟีดะฮฺ ลิล ฮะยาฮฺ อัล ซะอีดะฮฺ ของ อิบนุ ซะอฺดียฺ)

          ฮะดีษที่กล่าวมาข้างต้นนั้นเป็นการชี้ให้เห็นว่า ความอุตสาหะในการขจัดเหตุทั้งหลายของการก่อให้เกิดความทุกข์กังวลนั้น เป็นการสร้างเหตุต่างๆ ที่จะได้รับความปิติสุข นั่นคือ การลืมความยากลำบากต่างๆ ที่ผ่านไป ซึ่งไม่สามารถนำกลับมาได้อีกแล้ว เป็นที่ทราบกันดีว่า การคิดหมกหมุ่นอยู่กับเรื่องเช่นนี้เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ (ที่จะแก้ไขอะไรได้อีก) และเป็นเรื่องไร้สาระ จัดว่าเป็นเรื่องโง่เขลาเบาปัญญา หัวใจของเขาต้องต่อสู้ให้พ้นไปจากความคิดในเรื่องดังกล่าว 

           ทำนองเดียวกัน หัวใจของเขาก็ต้องต่อสู้ให้พ้นไปจากความกังวลใจในสิ่งที่เกิดขึ้นในอนาคต อันได้แก่ ความรู้สึกที่ไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นกับเขา เกี่ยวกับความยากจน ความกลัว หรือเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวกับความยากลำบากทั้งหลาย ซึ่งเขาได้จินตนาการไปถึงชีวิตแห่งอนาคต เขาต้องรู้ว่าเรื่องราวต่างๆ ในอนาคตเป็นเรื่องที่ไม่มีใครทราบได้ (เว้นแต่อัลลอฮฺ) ถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะดีหรือร้าย ไม่ว่าจะเป็นความหวังหรือความปวดร้าว ทั้งหมดนั้นอยู่ภายใต้พระหัตถ์ของพระผู้ทรงเกรียงไกร ผู้ทรงวิทยปัญญายิ่ง หาได้อยู่ในน้ำมือของมนุษย์แม้แต่สิ่งเดียว เขาเพียงแต่ต้องพยายามที่จะได้รับความดีงามจากมัน และป้องกันอันตรายต่างๆ ให้พ้นจากมัน

          บ่าวคนหนึ่งต้องรู้ว่า เมื่อใดก็ตามที่เขาได้เปลี่ยนความคิดให้พ้นจากความวิตกที่เกิดขึ้นจากอนาคต แล้วมอบหมายตนแด่พระผู้เป็นเจ้าของเขาในการฟื้นฟูสภาพสู่ความดี เขามีจิตใจที่สงบยังพระองค์ในเรื่องดังกล่าว สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นก็จะได้รับการฟื้นฟูให้ดีขึ้น ทำให้ความทุกข์กังวลต่างๆ สูญหายไป 

(อ้างจาก อัล วะซาอิล อัล มุฟีดะฮฺ ลิล ฮะยาฮฺ อัล ซะอีดะฮฺ ของ อิบนุ ซะอฺดียฺ)


- ซิกรฺ การรำลึกถึงอัลลอฮฺ


           เหตุที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งที่จะทำให้เกิดความสุขใจและความสงบภายใน นั่นก็คือ ซิกรฺหรือการรำลึกถึงอัลลฮฺ  อย่างมากมาย

          ซิกรฺ เป็นวิธีการอันน่ามหัศจรรย์ที่ส่งผลกระทบต่อการสร้างความสุขและความสงบให้เกิดขึ้นในจิตใจ อีกทั้งเป็นการขจัดความทุกข์กังวลให้หมดสิ้นไป ดังที่อัลลอฮฺ ตรัสไว้ว่า

“พึงทราบเถิด! ด้วยการรำลึกถึงอัลลอฮฺเท่านั้นทำให้จิตใจสงบ” 

(13:28)

สำหรับ ซิกรฺ อันยิ่งใหญ่ที่ใช้คลายความทุกข์กังวลใจในยามที่ความตายกำลังมาเยือนนั้น ได้แก่

“ลา อิลาฮะ อิลลัลลอฮฺ” แปลว่า "ไม่มีพระเจ้าอื่นใดเว้นแต่อัลลอฮฺ"

          นี่เป็นสิ่งที่ฏอลฮะฮฺ (เราะฎิยัลลอฮุ อันฮุ) ได้บอกท่านอุมัร (เราะฎิยัลลอฮุ อันฮุ) โดยเขาได้กล่าวว่า ฉันได้ยินท่านนบี  กล่าวถ้อยคำหนึ่ง ซึ่งจะไม่มีบ่าวคนใดที่กล่าวมันในยามที่กำลังใกล้ตายแล้ว เว้นแต่อัลลอฮฺ  จะขจัดความทุกข์ยากให้แก่เขาและจะทำให้ “สี” ของเขาส่องสว่างขึ้น ดังนั้น จะไม่มีสิ่งที่ขวางกันฉันในการขอร้องเขา เว้นแต่ความสามารถในการกระทำดังกล่าว จนกระทั่งเขาตาย

       ท่านอุมัร (เราะฎิยัลลอฮุ อันฮุ) กล่าวตอบเขาว่า ท่านเคยรู้ถ้อยคำใดที่ยิ่งใหญ่กว่าถ้อยคำหนึ่งที่ ท่านนบี  ได้บอกให้ลุงของท่านกล่าว นั่นคือ

" ลา อิลาฮะ อิลลัลลอฮฺ (ไม่มีพระเจ้าอื่นใด เว้นแต่อัลลอฮฺ)"

ท่านฏอลละฮฺ (เราะฎิยัลลอฮุ อันฮุ) กล่าวว่า ถ้อยคำนี้แหละ ขอสาบานต่ออัลลอฮฺ ถ้อยคำนี้แหละ 


(รายงานโดยอะหฺมัด 1/161)






หนังสือ คลายทุกข์ ด้วยคำสอนอิสลาม 

แปลและเรียบเรียงโดย : อบุล ลัยษฺ