ความหวังสี่ประการของชาวนรก
  จำนวนคนเข้าชม  205


ความหวังสี่ประการของชาวนรก

 

โดย... อาจารย์อับดุลนาซิร อับดุลเลาะห์

 

          ท่านพี่น้องมุสลิมและมุสลิมะฮฺที่เคารพทั้งหลาย กระผมขอตักเตือนตัวของผมและพี่น้องให้มีความยำเกรงให้มาก เพื่อจาะได้รับความดีงามในโลกดุนยา และได้รับความผาสุกในโลกอาคิเราะฮฺและท่านทั้งหลาย จงอย่าตายเป็นอันขาดจนกว่าท่านจะได้เป็นมุสลิมที่สมบูรณ์เสียก่อน

 

          อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ทรงสร้างมนุษย์มาโดยมีเป้าหมาย พระองค์ทรงบัญชาใช้ปวงบ่าวของพระองค์ ทรงชี้แนะแจกแจงถึงข้อใช้และข้อห้ามไว้อย่างชัดเจน และย้ำอยู่เสมอว่า ใครที่ปฏิบัติตามคำสั่งใช้ของพระองค์ พระองค์จะทรงตอบแทนพวกเขาด้วยสวรรค์ของพระองค์ และหากใครปฏิเสธไม่ปฏิบัติตามคำสั่งใช้ของพระองค์ และหากใครปฏิเสธ ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งใช้ของพระองค์ พระองค์ก็จะทรงลงโทษพวกเขาโดยการให้เข้าสู่นรกญะฮันนัมซึ่งถูกตระเตรียมไว้สำหรับคนที่ฝ่าฝืน

 

        สาเหตุหลัก ที่ทำให้มุสลิมต้องถูกลงโทษในนรกที่ชื่อว่าสะก็อรก็คือ

 

1. เป็นผู้ที่ละทิ้งการละหมาด

2. ไม่ส่งเสริมให้ให้อาหารแก่คนยากจน

3. มั่วสุม ล้อเล่นกับบัญญัติของพระองค์

4. ปฏิเสธวันแห่งการตอบแทน

 

ดังดำรัสของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ที่ว่า

 

          “อะไรทำให้เจ้าเข้าสู่นรกสะก็อรพวกเขาตอบว่า พวกเราไม่เคยละหมาด พวกเราไม่เคยให้อาหารแก่คนยากจน และพวกเราชอบร่วมไม้ร่วมมือกันทำความผิด พวกเราปฏิเสธวันกิยามะฮฺ อันเป็นวันตอบแทนผลกรรม จนกระทั่งความตายได้มาถึงเรา

(อัลมุดดัซซิร 74 : 42 – 46)

 

         นี่แหละคือ สาเหตุใหญ่ที่ทำให้พวกเขาต้องถูกให้ลงไปอยู่ในไฟนรก (ขอให้พวกเรารอดพ้นจากเรื่องดังกล่าวนี้ด้วยเถิด)

         การลงโทษของอัลลอฮฺต่อผู้ปฏิเสธศรัทธานั้น ยาวนานต่อเนื่องไม่มีที่สิ้นสุด และหลังจากการถูกทรมานอยู่ในนรกเป็นเวลาอันยาวนานแล้ว ไม่มีใครรู้ได้ว่าการทรมานนี้จะสิ้นสุดลงเมื่อใด? ส่วนบรรดาชาวนรกจึงยื่นคำร้องข้อเสนอต่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา สี่ประการด้วยกันคือ

 

     1. ข้อเสนอข้อแรกของชาวนรก คือ ขอให้พวกเขาหลุดพ้นออกจากนรก และกลับมายังโลกดุนยาอีกครั้ง เพื่อที่จะได้มาประกอบคุณงามความดีตามบัญชาของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ดังที่พระองค์ทรงเล่าว่า

 

     “ข้าแต่พระเจ้าของเรา ขอพระองค์ทรงโปรดเอาพวกเราออกจากนรกด้วยเถิด เพราะถ้าหากเรากลับไปทำความชั่วช้าอีก แน่นอนเราก็เป็นพวกที่ก่ออธรรม

(อัลมุอฺมินูน 23 : 107)

อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ทรงตอบพวกเขาว่า

 

พวกเจ้าจงลงไปจมอยู่ในนรกนั้นเถิด และพวกเจ้าอย่าได้มาพูดกับข้าอีกเลย

(อัลมุอฺมินูน 23 : 108)

 

          หลังจากที่พวกเขา (บรรดาชาวนรก) สิ้นหวังจากคำขอข้อแรกของพวกเขา คือ ไม่มีทางที่จะออกจากนรกได้แล้ว พวกเขาจึงยื่นคำร้องขอข้อที่สองทันที

 

     2. พวกเขาเปลี่ยนมาขอต่อมลาอิกะฮฺ ผู้ทำหน้าที่เฝ้าประตูนรก (มาลิก) โดยกล่าวว่า

 

     “ชาวนรกเอ่ยปากกับมลาอิกะฮฺที่เฝ้านรกว่า... โอ้ ท่านมาลิก ขอได้โปรดให้พระเจ้าของท่านจัดการพวกเราให้จบสิ้นไปเลยจะได้ไหม? (ให้ช่วยขอต่ออัลลอฮฺให้ทำให้พวกเราตายไปเสีย จะได้จบเรื่องจบราวไป คือ ให้ตาย ไปจะได้พ้นจากการลงโทษเสียที)

     และมลาอิกะฮฺผู้เฝ้าประตูนรก ก็ตอบกับพวกเขาว่าแน่นอน พวกเจ้าจะต้องถูกทรมานไปตลอด พวกท่านทั้งหลายจะต้องอยู่ในนรกนี้ตลอดไป

(อัซซุครุฟ 43 : 77)

 

     3. หลังจากนั้น พวกเขาก็เสนอข้อที่สามทันที แต่ข้อเสนอที่สามนี้ เป็นข้อเสนอที่แปลก ทำให้อกสั่นขวัญแขวน ชั่งกล้าขอจริง โดยพวกเขากล่าวว่า

 

     “พวกชาวนรกได้พูดกับมลาอิกะฮฺที่เฝ้านรกว่า ได้โปรดวิงวอนขอต่อพระเจ้าของท่านให้บรรเทาการลงโทษให้เราสักวันหนึ่งเถิด

(ฆอฟิร 40 : 49)

 

          โอ้ อัลลอฮฺ พวกเขาขอให้พักการลงโทษลงสักวันหนึ่งวันเดียวเท่านั้น จากการที่พวกเขาถูกลงโทษมาเป็นเวลานานอยากจะได้พักสักวัน แต่คำตอบที่พวกเขาได้รับกลับมาคือ

 

     “มลาอิกะฮฺที่เฝ้านรกได้ถามพวกเขาว่า เมื่อก่อนได้มีร่อซูลนำสิ่งมหัศจรรย์จากพระเจ้ามาให้พวกเจ้ามิใช่หรือ?

     ชาวนรกตอบว่า ... ใช่ครับ

     ผู้เฝ้านรกจึงบอกว่าดังนั้น พวกเจ้าจงวิงวอนขอเองเถอะ การวอนขอของพวกกาเฟรมิใช่อื่นใด นอกจากการสูญเปล่า

(ฆอฟิร 40 : 50)

หลังจากคำขอข้อที่ 3 ไม่ถูกตอบรับ พวกเขาก็ยื่นข้อสุดท้ายทันที

 

     4. โอ้ มันเป็นข้อเสนอแค่เพียงเล็ก น้อย เท่านั้น คือ

 

     “ชาวนรกได้พูดกับชาวสวรรค์ว่าช่วยเทน้ำมาให้พวกเราได้ดื่มหรือส่งของที่อัลลอฮฺประทานให้กับพวกท่าน มาให้พวกเราได้กินบ้างเถิด

     ชาวสวรรค์ตอบไปว่าอันที่จริง อัลลอฮฺทรงห้ามทั้งสองอย่างนี้แก่บรรดาคนเนรคุณอย่างพวกท่านโดยเด็ดขาด

(อัลอะอฺร็อฟ 7 : 50)

 

          คือ บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาได้ขอน้ำดื่มจากชาวสวรรค์ หรืออะไรก็ได้ที่พระองค์ทรงประทานให้ชาวสวรรค์ เพื่อให้ชาวนรกได้กิน ได้ดื่มประทังความหิวโหยจากการถูกทรมานอย่างแสนสาหัสบ้าง แต่ก็ไม่เป็นผล ทำไมถึงเป็นเช่นนี้ ? ทำไมถึงต้องถูกห้าม ? หรือว่าพวกเขาทำอะไรไว้ก่อนหน้านั้นหรือ ?

     คำตอบก็คือ เพราะว่าพวกเขาชอบเอาเรื่องศาสนามาเป็นเรื่องเล่น ไร้สาระ ทำเป็นเรื่องเล่น สนุกสนา ตลกโปกฮา

     และอะไรอีกหรือ ที่ทำให้พวกที่เนรคุณถูกห้ามจากทั้งสองอย่างนี้ ? ก็เพราะว่า พวกเขาลุ่มหลงอยู่กับดุนยามากมาย

     เมื่อพวกเนรคุณลุ่มหลงในดุนยาจนลืมคำสั่งใช้ของอัลลอฮฺ พวกเขาสมควรได้รับโทษอะไรอีก ? อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ตรัสว่า

 

     “พวกเขาชอบถือเอาศาสนามาเป็นเรื่องไร้สาระ มาเป็นเครื่องเล่นสนุกสนาน และพวกเขาลุ่มหลงในดุนยาอย่างมากมาย ดังนั้น วันนี้ (วันกิยามะฮฺ) เรา (อัลลอฮฺ) ก็จะลืมพวกเขา เหมือนที่พวกเขาลืมนึกถึงวันที่ (พวกเขาไม่ยอมเชื่อว่า) จะต้องพบกับเราในวันนี้และเช่นเดียวกับที่พวกเขาไม่ยอมเชื่อบัญญัติของเราด้วย

(อัลอะอฺร็อฟ 7 : 51)

 

พี่น้องมุสลิมผู้ศรัทธาทั้งหลาย

          นี่คือ คำขอทั้งสี่ประการ ของพวกที่เนรคุณต่ออัลลอฮฺไม่ใส่ใจและไม่ยอมปฏิบัติตามบทบัญญัติของพระองค์ และไม่เชื่อว่าจะต้องมาพบกับการลงโทษอันรุนแรงและเจ็บปวดขนาดนี้ แต่คำขอของพวกเขามิได้เกิดประโยชน์แก่พวกเขาแต่อย่างใดเลย พวกเขาจึงต้องถูกลงโทษในนรกนั้นตลอดไป

 

พี่น้องมุสลิมผู้ศรัทธาทั้งหลาย

          พึงระวังเหตุการณ์ดังกล่าวนี้เอาไว้ให้มาก และหมั่นประกอบคุณงามความดี เชื่อฟังปฏิบัติตามคำสั่งของอัลลอฮฺอย่างเต็มความสามารถ เพื่อจะได้อยู่ในกลุ่มชนที่พระองค์ทรงพอพระทัย

          เราไม่รู้ว่าด้วยสาเหตุอะไร ? หรือด้วยการงานใด ? ที่จะทำให้เราได้เข้าสวรรค์ของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา

 

          ท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า ซอฮาบะฮฺของฉัน ชอบอ่านอัลอิคลาศ (กุ้ลฮุวัลลอฮุอะฮัด) มาก และเขาจะอ่านซูเราะฮฺนี้ทุก ครั้งในเวลาละหมาด ท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ก็กล่าวว่า การที่ท่านรักซูเราะฮฺนี้ และอ่านซูเราะฮฺนี้มากนี่แหละ เป็นสาเหตุให้ท่านได้เข้าสวรรค์

 

          อีกฮะดิษ ท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม บอกว่า ชายคนหนึ่งเก็บขวากหนามออกจากถนนหนทางสัญจรไปมา ไม่ให้เกิดอันตรายแก่ผู้ที่ผ่านไปผ่านมา เขาจึงได้เข้าสวรรค์

 

          ส่วนอีกฮะดิษหนึ่ง ท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม เล่าว่า ชายคนหนึ่งเขาเอาน้ำให้สุนัขดื่มจนหายกระหายน้ำ ท่านนบีบอกว่า เขาได้เข้าสวรรค์

 

          ทั้งหมดนี้ ล้วนเป็นฮะดิษซอเฮียะฮฺทั้งสิ้น ดังนั้น พี่น้องทั้งหลาย จงหมั่นทำความดีให้มาก และมีความบริสุทธิ์ใจต่อพระองค์ เพราะนั่นคือ หนทางนำพาเราสู่สวนสวรรค์ของพระองค์ (ด้วยอนุมัติของอัลลอฮฺ)

 

          ขอให้อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ทรงให้เราเป็นผู้หนึ่งจากบรรดาผู้ที่พระองค์ทรงพอพระทัย และขอให้เราห่างไกลจากไฟนรก และเป็นผู้หนึ่งที่อยู่ในสวนสวรรค์ของพระองค์ด้วยเถิด..อามีน

 

 

 

ที่มา : อนุสรณ์งานประจำปี โรงเรียนมุสลิมวิทยาคาร (25 มกราคม 2563)