ชีวิตนี้อยู่เพื่อภักดีต่อพระองค์
  จำนวนคนเข้าชม  459


ชีวิตนี้อยู่เพื่อภักดีต่อพระองค์ 

 

เรียบเรียงโดย อิสมาอีล กอเซ็ม 

 

มวลการสรรเสริญเป็นเอกสิทธิ์ของอัลลอฮฺผู้อภิบาลแห่งสากลโลก 

 


          อัลลอฮฺสร้างมนุษย์มาเพื่อทำการอิบาดะห์ต่อพระองค์ โดยที่อิบาดะห์หลักถูกจัดอยู่ในรุกุนอิสลาม ประการแรกการกล่าวคำปฏิญาณทั้งสองว่า ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺ และมูฮัมหมัดคือรอซูลของอัลลอฮฺ การดำรงไว้ซึงการละหมาดห้าเวลาทุกๆวัน การถือศีลอด การจ่ายซากาต การประกอบพิธีฮัจญ์สำหรับผู้ที่มีความสามารถ 


     รายงานโดยท่านอิบนุ อุมัรฺ รอฎิยัลลอฮุอันฮุ ว่าท่านนบี ศอลลัลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม  ได้กล่าวว่า

 

     อิสลามตั้งอยู่บนหลักห้าประการคือ การทำความภักดีต่ออัลลอฮฺ องค์เดียว การปฎิญานตนว่า "ไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่สมควรแก่การเคารพภักดีนอกจากอัลลอฮฺองค์เดียวและมุฮัมมัดคือบ่าวและรสูลของพระองค์" การดำรงไว้ซึ่งการละหมาด  การจ่ายซะกาต การถือศีลอดเดือนรอมฏอน การประกอบพิธีฮัจญ นครมักกะฮฺ  

     ชายคนหนึ่งได้กล่าวว่า ไม่ใช่ การประกอบพิธีฮัจญและถือศีลอดรอมฏอน” 

     ท่านกล่าวว่า ไม่ใช่ ถือศีลอดและฮัจญ์


 

          และนอกจากนี้ก็จะการทำอิบาดะห์ที่เกี่ยวข้องกับมารยาทการทำความดีกับพ่อแม่ การทำความดีกับครอบครัว และผู้คนประเภทต่างๆ อิบาดะห์ที่เกี่ยวกับการทำธุรกรรมการค้าขาย ที่เกี่ยวกับการเมืองการปกครอง การมีครอบครัว การเลี้ยงดูลูกภรรยา การไม่ก่อความเดือดร้อนและการสร้างความเสียหายในสังคม 

 

          ดังนั้นอิสลามได้แยกหมวดของการทำการเคารพภักดีต่ออัลลอฮฺที่เกี่ยวข้องกับพระองค์ และที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์ด้วยกัน นี่คือความครอบคลุมของคำสอนอิสลาม ที่เอาทุกการเคลื่อนไหวของการดำเนินชีวิตของมนษย์เข้ามาอยู่ในการเคารพภักดีต่ออัลลอฮฺ เพื่อต้องการให้การดำเนินชีวิตของมนุษย์นั้นมีผลบุญทุกการเคลื่อนไหวของชีวิต 

 

 

          ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮูอะลัยอิวะสัลลัม สอนให้เรามีชีวิตที่สัมพันธ์กับอัลลอฮฺ ตั้งแต่ตื่นนอนจนเข้านอน ให้เรามีทำการรำลึกถึงพระองค์วันละ 5 เวลา เพื่อขัดเกลาจิตใจของพวกเรา และเข้าเฝ้าอัลลอฮฺเพื่อวิงวอนขอพระองค์ให้ช่วยเหลือ ให้ปลดเปลื้องความทุกข์ และขออภัยโทษต่อพระองค์ในความผิดบาปที่ทำ 

 

     อัลลอฮ์ ตรัสไว้ในซูเราะฮ์  อัซซาริยาต อายะฮ์ที่ 56 ว่า

 และข้ามิได้สร้างญินและมนุษย์มาเพื่ออื่นใดเว้นแต่เพื่อเคารพภักดีต่อข้า

 

          หากเราทำการค้าขาย ทำงานบริษัท โรงเรียนหรือองค์กรอะไรก็แล้วแต่ เราก็จะต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของอัลลอฮฺ เราไม่โกงเวลาการทำงาน ไม่เอาเปรียบนายจ้าง ไม่เอาเปรียบลูกน้องหากเราเป็นนายจ้าง คุณธรรมขั้นสูงสุดคือ การที่มุสลิมกระทำการเคารพภักดีต่ออัลลอฮฺ เสมือนว่าเขาอยู่ตรงหน้าอัลลอฮฺเสมือนว่าท่านเห็นพระองค์ ซึงในความเป็นจริงท่านไม่เห็นพระองค์ แต่พระองค์ทรงเห็นท่าน 

 

 

     หลักการหนึ่งที่ท่านญิบรีล อะลัยฮิสสลามถามท่านนบี คือ


قَالَ: فَأَخْبِرْنِي عَنْ الْإِحْسَانِ. قَالَ: أَنْ تَعْبُدَ اللَّهَ كَأَنَّك تَرَاهُ، فَإِنْ لَمْ تَكُنْ تَرَاهُ فَإِنَّهُ يَرَاك.

 

     “...(ท่านญิบรีล)ได้กล่าวอีกว่า จงบอกฉันเกี่ยวกับอัลเอี๊ยะหฺซาน 

     (ท่านนบี)ตอบว่า  (อัลเอี๊ยะหฺซานคือ การที่ท่านอิบาดะฮฺอัลลอฮฺ  เสมือนดั่งว่าท่านเห็นพระองค์  แต่ถึงแม้ว่าท่านไม่เห็นพระองค์  แต่ทว่าพระองค์ทรงเห็นท่าน...”

 


          นั่นก็คือ สิ่งที่เรียกว่ามุรอเกาะบะตุลลอฮฺ”  คือหลักการสำนึกอยู่ในจิตใจของเราว่า อัลลอฮฺ ตะอาลาทรงเฝ้ามองการกระทำของเราอยู่ตลอดเวลา ตั้งแต่เกิดจนกระทั่งเสียชีวิต 

 

 

    ท่านอิมามอิบนุลก็อยยิม อัลเญาซียะฮฺ  (ลูกศิษย์ของท่านอิมามอิบนุ ตัยมียะฮฺ) ได้ให้ความหมายของคำว่ามุรอเกาะบะตุลลอฮฺว่า คือการที่บ่าวของอัลลอฮฺ ตะอาลานั้นจะต้องมีความสำนึกอยู่ตลอดเวลาว่า  อัลลอฮฺ ตะอาลาทรงเฝ้ามอง ทรงเห็นการกระทำทุกๆอย่างของมนุษย์ทุกๆคนทั้งในที่ลับและที่แจ้ง  

 

          ดังนั้นมุสลิมหากเขาเข้าใจในคำสอนของอิสลาม เขาสามารถทำให้ทุกการเคลื่อนไหวของเขานั้นกลายเป็นการเคารพภักดีต่ออัลลอฮฺ และการเป็นผลบุญที่ได้รับการตอบแทนจากอัลลอฮฺซุบหานาฮูวาตาอาลา

 

     อัลลอฮ์ ตรัสความว่า

 

"ผู้ใดที่ประกอบความดี แม้จะเพียงเท่าผงธุลี เขาก็จะได้เห็น

และผู้ใดประกอบความชั่วแม้เท่าผงธุลีเขาก็จะได้เห็น"

(อัซซัลซะละฮ์ 7-8)