จงมอบหมาย และฝากความหวังเถิด
  จำนวนคนเข้าชม  233

จงมอบหมาย และฝากความหวังเถิด

 

เพจวันละหนึ่งความคิด....แปลเรียบเรียง

 

- อัลอัลลามะฮ อัสสะอฺดีย์ ร่อฮิมะฮุ้ลลอฮฺ-

 

"และเจ้าจงมอบความไว้วางใจแด่อัลลอฮฺเถิด และเพียงพอแล้วที่อัลลอฮฺทรงเป็นผู้รับการมอบหมาย"

(อัลอะฮฺซาบ : 3)

     จงมอบหมายเรื่องราวต่างๆ ต่ออัลลอฮฺ พระองค์จะทรงบริหารจัดการในเรื่องราวต่างๆ เหล่านั้น ทรงจัดการในสิ่งที่ดีที่สุด เป็นประโยชน์สูงสุดสำหรับผู้เป็นบ่าว ทั้งนี้ เพราะพระองค์ทรงทราบดีถึงผลดีที่บ่าวจะได้รับ โดยที่บ่าวไม่อาจล่วงรู้ได้ 

     และเพราะความปรีชาสามารถของพระองค์ในการที่พระองค์ จะทรงทำให้ผลประโยชน์เกิดขึ้นแก่บ่าว โดยที่บ่าวไม่ได้มีความสามารถใดๆ ที่จะทำให้มันเกิดขึ้นได้

     และแท้จริง พระองค์อัลลอฮฺนั้น ทรงเอ็นดูเมตตาบ่าวของพระองค์ ยิ่งกว่าตัวของเขาเอง ยิ่งกว่าบิดามารดาของเขาเอง ทรงอ่อนโยนละมุนละม่อมต่อบ่าวยิ่งกว่าใครใดๆ ทั้งหมด 

     โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กับปวงบ่าวที่เป็นกลุ่มคนพิเศษสำหรับพระองค์ ปวงบ่าวที่พระองค์ทรงดูแลพวกเขาด้วยพระมหากรุณาจากพระองค์ ทรงห้อมล้อมพวกเขาด้วยสิริมงคลทั้งจากภายนอกและภายใน

     โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พระองค์ได้ทรงกำชับให้บ่าวปล่อยทิ้ง เรื่องราวของตนเองไว้กับพระองค์ และพระองค์ได้ทรงให้คำมั่นสัญญาเอาไว้  เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องถามถึงเรื่องใดๆ อีก 

เพราะทุกเรื่องราว..จะคลี่คลายง่ายดาย

ทุกเรื่องยาก..มีทางสะดวก

ความขัดข้องใดๆ..ล้วนคล่องตัว

ความกลัดกลุ้มใดๆ..ล้วนจางหาย

จะอยู่ในสภาพใด เดือดร้อนเพียงใด..จะได้รับการช่วยเหลือแก้ไข 

ความจำเริญ..จะหลั่งไหลลงมา 

เภทภัย..ถูกปกป้องคุ้มกัน 

และสิ่งไม่ดีทั้งหลายทั้งมวล.. จะถูกขจัดหายสิ้น

     จะเห็นได้ว่า มีบ่าวผู้อ่อนแอที่เขามอบหมายเรื่องราวในชีวิต แก่ผู้เป็นนายของเขา แล้วเขาก็สามารถจัดการในหลายสิ่งหลายอย่างได้ ขณะที่คนส่วนใหญ่ไม่สามารถจะทำได้  เพราะเป็นไปได้ว่าอัลลอฮฺได้ทรงทำให้เรื่องราวเหล่านั้น เป็นที่ง่ายดายสำหรับเขา ขณะที่มันกลับเป็นเรื่องยากเย็นสำหรับคนมีฝีมืออีกหลายต่อหลายคน และด้วยกับอัลลอฮฺเท่านั้น ที่พระองค์ทรงเป็นผู้สนับสนุนช่วยเหลืออย่างแท้จริง

 

(ตัฟซีรซูเราะฮฺอัลอะฮฺซาบ อายะฮฺที่ 3 ตัยซีรุ้ล กะรีมิรเราะฮฺมาน 657-658)

 

 

- อัลอัลลามะฮฺ อัสสะอฺดียฺ ร่อฮิมะฮุ้ลลอฮฺ

 

ผู้เป็นบ่าว สมควรจะฝากความหวังของเขาไว้กับอัลลอฮฺเพียงองค์เดียวเท่านั้น

แท้จริง เมื่ออัลลอฮฺทรงกำหนดสาเหตุหนึ่งสาเหตุใด ในการได้มาซึ่งริสกีและความสุขสบายของบ่าวผู้นั้นแล้ว

สมควรที่เขาจะต้องสรรเสริญพระองค์และวอนขอต่อพระองค์ ให้ประทานความจำเริญในสิ่งๆ นั้นแก่เขา

และหากว่าเหตุแห่งริสกีมีอันต้องขาดตอนหรือติดขัด ก็อย่าได้ขุ่นข้องหมองใจ

เพราะเหตุแห่งริสกีนี้เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งจากอีกหลายเหตุปัจจัย ที่ไม่อาจคำนวนนับได้

และริสกีของผู้เป็นบ่าวจะไม่ขาดตอนลง ด้วยกับสาเหตุเฉพาะเจาะจงในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง

 

ยิ่งไปกว่านั้นเหตุแห่งริสกีจากหนทางอื่นๆ จะถูกเปิดกว้างสำหรับเขา

ซึ่งมันย่อมดีกว่าและมีคุณค่ามากกว่าหนทางเดิม (ที่เขาเคยได้รับ)

หรือบางทีเขาอาจจะได้รับริสกีจากหนทางอื่นๆ อีกมากมาย

ดังนั้น ในสภาพทั้งหมดทั้งมวลนี้ เขาจึงจำเป็นต้องคิดต่ออัลลอฮฺในแง่ดี

และหวังปรารถนาต่อพระองค์ วิงวอนขอต่อพระองค์ให้มาก

พร้อมๆ กับหวัง (ว่าพระองค์จะทรงตอบรับคำวิงวอนของเขา)

เพราะแท้จริง อัลลอฮฺได้ตรัสไว้ผ่านคำพูดของนบีของพระองค์ว่า

 

أنا عند ظن عبدي بي ، فإن ظن بي خيرا فله ، وإن ظن بي شرا فله

ข้าอยู่ ณ ความคิดคำนึงของบ่าวของข้ามีต่อที่ข้า หากเขาคิดกับข้าในแง่ดี เขาก็จะได้รับสิ่งดี

และหากเขาคิดกับข้าในแง่ลบ เขาก็จะได้รับในสิ่งไม่ดี

 

« إنك ما دعوتني ورجوتني غفرت لك على ما كان منك ولا أبالي »

แท้จริง ตราบใดที่เจ้าวอนขอต่อข้าและหวังต่อข้า ข้าย่อมยกโทษให้เจ้าในสิ่งที่เจ้าได้เคยทำ

และข้าไม่ได้ใส่ใจเลย (ว่ามันจะมากมาย หนักหนาเพียงใด)”

 

(ตัยซีรุ้ลละฏีฟิลมันนาน ลิสสะอฺดีย์ 1/144)

 

 

-อิมาม อิบนิ้ล ก็อยยิม อัลเญาซียะฮฺ ร่อฮิมะฮุ้ลลอฮฺ -

 

ตราบใดที่บ่าวคิดดีต่ออัลลอฮฺ มีความหวังในสิ่งที่อยู่กับพระองค์

และมอบหมายต่อพระองค์อย่างจริงใจแล้วละก็ แน่นอน อัลลอฮฺจะไม่ทรงทำให้เขาผิดหวังเป็นอันขาด

 

 

๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙