VDO

 

The Miracle of Pharaoh in Al-Quran
  จำนวนคนเข้าชม  2448

ฟาห์โร กับการเสียชีวิตกลางทะเล


           “ และเราได้ให้บะนีอิสรออีลข้ามทะเลพ้นไป ดังนั้น ฟิรเอาวน์ (ฟาห์โร) และพลพรรคของเขาได้ติดตามพวกเขา(บะนีอิสรออีล)ไปโดยอธรรม และเป็นศัตรูจนกระทั่งเมื่อการจมน้ำได้ประสบกับเขา เขากล่าวว่า ฉันศรัทธาแล้วว่า แท้จริงไม่มีพระเจ้าอื่นใด นอกจากผู้ที่วงศ์วานอิสรออิลได้ศรัทธาต่อพระองค์ และฉันคือหนึ่งในหมู่ผู้นอบน้อม  บัดนี้ และแน่นอนเจ้าเป็นผู้ทรยศก่อนหน้านี้ และเจ้าเป็นผู้หนึ่งในหมู่ผู้บ่อนทำลาย  ดังนั้น วันนี้เราจะให้ร่างของเจ้าออกจากทะเล เพื่อจะได้เป็นสัญญาณแก่ชนรุ่นหลังจากเจ้า และแท้จริงส่วนใหญ่ของมนุษย์เฉยเมยต่อสัญญาณต่างๆของเรา” (Al-Quran 10: 90-92)


          Dr. Maurice Bucaille เป็นศัลยแพทย์ที่มีชื่อเสียงท่านหนึ่งของฝรั่งเศส เป็นนักวิทยาศาสตร์ นักวิชาการ การเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่โดดเด่นของเขา ทำให้เขาได้รับการติดต่อให้ทำการศึกษามัมมี่ของ Merneptah (Pharaoh) ที่ถูกค้นพบขึ้น ซึ่งเขาได้ตัดสินใจรับคำเชิญดังกล่าว และในระหว่างการเยือนประเทศซาอุดิอาระเบียนั้น เขาได้รับทราบข้อมูลในอัลกุรอาน ในโองการที่อัลลอฮ์   ได้กล่าวไว้ข้างต้นว่าร่างที่ไร้วิญญาณของฟาห์โรจะถูกรักษาไว้ และเพื่อเป็นสัญลักษณ์หรือสิ่งเตือนใจแก่ชนรุ่นหลัง แน่นอนข้อมูลดังกล่าวนี้ สร้างความประหลาดใจเป็นอย่างมากแก่นักวิทยาศาสตร์อย่าง Dr. Maurice Bucaille ผู้ซึ่งคุ้นเคยกับคัมภีร์ไบเบิล ในส่วนที่เกี่ยวกับฟาห์โรที่ได้ตายจากการถูกกลืนด้วยทะเลในสมัยของศาสดาโมเสส ที่เขาแปลกใจเพราะมันไม่เคยได้รับการยืนยันมาก่อนในเรื่องราวถึงความเป็นจริงเกี่ยวกับการตายดังกล่าว นักวิชาการศาสนาบางท่านยังเกิดความสงสัยด้วยซ้ำว่าเรื่องราวการตายของฟาห์โรที่ถูกกลืนไปในทะเลนั้นอาจจะเป็นเพียงนิทาน แต่ในทางกลับกัน เขากลับพบว่า อัลกุรอานนั้น

  1. ยืนยันถึงเรื่องราวการตายของฟาห์โรในยุคของศาสดาโมเสสว่า ตายจากการถูกกลืนลงไปในทะเล

   2. สัญญาว่าร่างอันไร้วิญญาณของฟาห์โร (มัมมี่) จะถูกนำขึ้นมา

   3. มัมมี่ดังกล่าวจะกลายเป็นสัญลักษณ์ เป็นสิ่งเตือนใจต่อชนรุ่นหลัง 

   4. แต่เรากลับไม่รู้ตัว

          เรื่องราวของกษัตริย์ฟาห์โร ลูกชายของ Rameses II (ตามข้อมูลทางประวัติศาสตร์)ท่านนี้ เสียชีวิตจากการถูกกลืนลงไปในทะเล หลังจากพยายามตามล่าศาสดาโมเสสและผู้ติดตามชาวบะนีอิสรออีลในตอนนั้น ในยุคที่อัลกุรอานถูกประทานลงมาเกี่ยวกับเรื่องราวของฟาห์โรท่านนี้ เราจะไม่พบข้อมูลเดียวกันนี้ที่ไหนเลยยกเว้นในคัมภีร์ไบเบิล ที่ได้กล่าวใน Exodus ไว้ว่า

          “and the waters returned, and covered the Chariots, and the horsemen, and all the host of Pharaoh that came into the sea after them; there remained not so much as one of them”
(Exodus 14:28)
 

สิ่งที่น่าอัศจรรย์คือ ในส่วนของการตายของฟาห์โร ที่ได้กล่าวใว้ในอัลกุรอานว่า


           “ ดังนั้น วันนี้เราจะให้ร่างของเจ้าออกจากทะเล เพื่อจะได้เป็นสัญญาณแก่ชนรุ่นหลังจากเจ้า และแท้จริงส่วนใหญ่ของมนุษย์เฉยเมยต่อสัญญาณต่างๆของเรา” (Al-Quran 10: 92)


           เรื่องราวเกี่ยวกับการอนุรักษ์ศพของฟาห์โรในรูปของมัมมี่ที่สมบูรณ์แบบนั้น ไม่เคยทราบและไม่เคยค้นพบมาก่อน ทั้งๆ ที่ข้อมูลดังกล่าวถูกกล่าวถึงในอัลกุรอานนานกว่า 1400 ปีมาแล้ว เพียงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเท่านั้นที่ความจริงดังกล่าวได้ปรากฏขึ้นให้เห็นต่อสายตาประชาคมโลก ในปี ค.ศ. 1898  ศาสตราจารย์ Loret  คือท่านแรกที่ค้นพบร่างมัมมี่ของฟาห์โรยุคศาสดาโมเสส 3000 กว่าปีที่ผ่านมา ศพของฟาห์โรนี้ถูกพันไว้ด้วยผ้าอยู่ภายในสุสานของ Necropolis ณ Thebes ซึ่งเป็นที่ที่ ศาสตราจารย์ Loret ค้นพบและได้ทำการวิจัยตามหลักการทางวิทยาศาสตร์ ในปี ค.ศ. 1912 การวิจัยของเขายืนยันว่า ฟาห์โรดังกล่าวเป็นฟาห์โรที่น่าจะรู้จักศาสดาโมเสส สิ่งที่หลงเหลืออยู่จากยุคของฟาห์โรท่านนี้ ด้วยความประสงค์ของอัลลอฮ์   มันได้กลายเป็นสัญลักษณ์และเป็นสิ่งเตือนใจแก่หมู่มนุษย์ ในปี ค.ศ. 1975 Dr. Maurice Bucaille ได้ทำการวิจัยศพของฟาห์โรท่านนี้เพิ่มเติม การค้นพบของเค้าสร้างความมั่นใจให้เขาสามารถป่าวประกาศออกไปอย่างดีใจและประหลาดใจว่า “สำหรับคนที่ต้องการข้อมูลที่พิสูจน์ได้ทางหลักวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับคัมภีร์ทางศาสนา จะค้นพบถึงอุทาหรณ์ที่ได้กล่าวไว้ในคัมภีร์อัลกุรอาน ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับร่างกายของฟาห์โร ซึ่งสามารถพิสูจน์ได้ด้วยการเยือนห้องเก็บศพมัมมี่ ในพิพิธภัณฑ์อียิปต์ เมืองไคโร”  และที่สำคัญในส่วนของข้อความที่ว่า


“...และแท้จริงส่วนใหญ่ของมนุษย์เฉยเมยต่อสัญญาณต่างๆของเรา “ (Al-Quran 10:92)


           คงไม่ทำให้เราประหลาดใจเกินไปหากได้สังเกตถึงอากัปกิริยาของผู้เข้าชมมัมมี่ดังกล่าวที่ไม่มีความตระหนักถึงความเป็นจริงที่แฝงอยู่ในร่างมัมมี่นั้นเลย นอกเสียจากความสนุกสนานและความเพลิดเพลินที่ได้รับจากการชมของโบราณชิ้นหนึ่งเท่านั้น หลังจากนั้นเขาทำการศึกษาอัลกุรอานเพิ่มเติมในส่วนของข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับหลักการทางวิทยาศาสตร์ จนในที่สุด เขาได้ข้อสรุปว่า อัลกุรอาน เป็นไปไม่ได้ที่จะมาจากมนุษย์  จนทำให้ในที่สุดเขาตัดสินใจ เข้ารับนับถือศาสนาอิสลาม


ส่วนหนึ่งจากหนังสือ เส้นทางสายใหม่ >>>Click



slot88 slot gacor slot gacor hari ini https://math.iitm.ac.in/data/bocoran-slot-tergacor/2022/index.php