สามีจะอยู่อย่างสบายได้อย่างไร ?
  จำนวนคนเข้าชม  4933

สามีจะอยู่อย่างสบายได้อย่างไร

ในขณะที่สัญญาณร้ายส่งเสียงลั่นคุกคามลูกๆของเรา ?

โดย ดร.อุซามะฮ์ คอยยาฏ (มัสยิดหะรอม นครมักกะฮ์)


          ไชยค์ ดร.อุซามะฮ์ อิบนุ อับดิลลาฮ์ คอยยาฏ อิมามและคอฏิ้บมัสยิดหะรอม  ได้สั่งเสียบรรดามุสลิม ให้มีความยำเกรงต่ออัลลอฮ์ อัซซะ วะญัลล์ และกล่าวในคุตบะฮ์วันศุกร์ ในการแจกแจงหน้าที่ ที่จำเป็นตอทุกคนในสังคมมุสลิมว่า สามีและภรรยา จัดอยู่ในบรรดาผู้ที่ต้องรับผิดชอบที่ไม่มีทางหลีกเลี่ยง ในการปฏิบัติและการเอาใจใส่ ตามวิถีทางของมันได้ ทั้งนี้เนื่องจากท่านนะบีมุฮัมมัด   กล่าวไว้ว่า

“ท่านทั้งหลายทุกคนเป็นผู้ดูแล ท่านทั้งหลายทุกคนเป็นผู้รับผิดชอบ ในผู้ที่อยู่ภายใต้การดูแลของท่านทั้งหลาย ดังนั้น ผู้นำเป็นผู้ดูแล และรับผิดชอบในผู้อยู่ใต้การดูแลของเขา สามี เป็นผู้ดูแลครอบครัวของเขา และรับผิดชอบผู้อยู่ใต้การดูแลของเขา ภรรยา เป็นผู้ดูแลบ้านสามีของนาง และรับผิดชอบในผู้ที่อยู่ใต้การดูแลของนาง และคนใช้ เป็นผู้ดูแลทรัพย์ของนายของเขา และรับผิดชอบในผู้ที่อยู่ใต้การดูแลของเขา ท่านทั้งหลายทุกคนเป็นผู้ดูแล และผู้รับผิดชอบในผู้ที่อยู่ใต้การดูแลของท่านทั้งหลาย”

          ไชยค์ ดร.อุซามะฮ์ คอยยาฏ ได้กล่าวต่อไปว่า การดูแลของสามีในผู้ที่อยู่ในครอบครัวนั้น สิ่งที่จะแสดงให้เห็น สะท้อนภาพให้เห็น คือ การทำทุกสิ่งทุกอย่างที่ปรับปรุง แก้ไขกิจการศาสนา และโลกดุนยาของพวกเขา และสิ่งที่ก่อให้เกิดชัยชนะ และความสุข ในเวลาอันรวดเร็ว ความสำเร็จและปลอดภัยในวันข้างหน้า และการมีศาสนาที่ดี ผู้ปกครองต้องทำให้ผู้อยู่ใต้ปกครอง ได้รับการฝึกฝน อบรม และใช้ให้ทำความดี ห้ามไม่ให้ทำความชั่ว ยับยั้งเมื่อพวกเขาออกนอกลู่นอกทางที่เที่ยงตรง ที่สำคัญที่สุดที่จะต้องเน้นย้ำ คือ การใช้ให้ละหมาด และทำให้สภาพชีวิตดีและราบรื่น เพื่อปกป้องไม่ให้หกล้มบนทางเดิน และปกปักรักษาไม่ให้ประสบกับความล้มเหลว ตกไปอยู่ในความชั่วร้าย เลวทราม ไปจนถึงการปกป้องในวันข้างหน้าให้พ้นจากบั้นปลายแห่งความหลงผิด ดังที่พระองค์อัลลอฮ์ ตะอาลา ตรัสไว้ว่า

“โอ้ บรรดาผู้ที่ศรัทธาแล้วทั้งหลาย พวกเจ้าจงปกป้องตัวของพวกเจ้า และครอบครัวของพวกเจ้า ให้พ้นจากไฟนรก ที่เชื้อเพลิงของมันเป็นคนและก้อนหิน มีบรรดามลักที่แข็งกระด้าง และเหี้ยมโหดควบคุมอยู่ พวเขาไม่ฝ่าฝืนอัลลอฮ์ ในสิ่งที่อัลลอฮ์ได้ทรงใช้พวกเขา และกระทำสิ่งที่พวกเขาถูกใช้ให้กระทำ” (อัตตะหรีม /6)

ไชยค์ ดร.อุซามะฮ์ คอยยาฏ ได้ตั้งคำถามโดยกล่าวว่า


          “ผู้เป็นพ่อ จะมีความสุขสบายกับชีวิตความเป็นอยู่ หรือจะอยู่อย่างราบรื่นในชีวิตได้อย่างไร ในขณะที่สัญญาณร้ายส่งเสียงกึกก้อง กังวานอยู่ในหูของเขา ในขณะที่ผู้เป็นพ่อปล่อยพวกลูกๆ ไปตามกระแส ทำในสิ่งที่พวกเขาประสงค์ โดยไม่มีสิ่งหักห้าม หรือสิ่งฉุดดึง คบค้ากับคนที่พวกเขาต้องการ โดยไม่มีการสำรวจตรวจสอบ ฆ่าเวลาโดยใช้เวลาหลายชั่วโมงอยู่ในห้องที่ถูกปิดขัง และไม่รู้ว่าพวกเขาเข้าไปในเครือข่ายอินเตอร์เน็ตใด และไม่รู้ว่าเข้าไปในเว็บไซร์ใด และไม่รู้ว่าสนทนากับใคร พูดกันเรื่องอะไร ไม่รู้ว่ารูปภาพที่ส่งไป หรือรับมา ในโทรศัพท์มือถือ ผ่านสิ่งที่เป็นการบริการอย่างรวดเร็ว เป็นการกระทำอย่างแยบยล ในการชักนำ ยั่วยวนความปรารถนาของเด็กๆ ที่มีความต้องการอย่างแรงกล้า ความประสงค์ที่ไม่มีขอบเขต การนำเอาหรือยึดเอาความเป็นอิสระส่วนบุคคล ที่ไม่ต้องรับผิดชอบ ห่างไกลการติดตาม การควบคุมที่รัดกุม รู้เท่าทันเป็นระบบ”

          ไชยค์ ดร.อุซามะฮ์ คอยยาฏ ได้ชี้ให้เห็นว่า นั่นไม่ได้เป็นรูปแบบของบรรดาผู้มีปัญญา ไม่ได้เป็นแนวทางของผู้มีสติ ที่ให้ความสำคัญต่อความรับผิดชอบของพวกเขาอย่างจริงจังต่อหน้าอัลลอฮ์ พระผู้เป็นเจ้า โดยผู้ดูแลได้บกพร่องในความรับผิดชอบ ที่เขารับเป็นภาระ และต้องการให้เกิดความคดงอในหนทางของอัลลอฮ์ ด้วยสิ่งที่มือของลูกๆพวกเขากระทำ และอัลลอฮ์จะทรงจัดการจากผลของการกระทำ และพระผู้เปนเจ้าของท่านจะไม่อธรรมต่อคนหนึ่งคนใด

          ไชยค์ ดร.อุซามะฮ์ คอยยาฏ ได้สั่งเสียบรรดามุสลิม ให้ปฏิบัติหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมาย และเตือนพวกเขา จากการทำให้ผู้ที่อัลลอฮ์ มอบหมายให้ดูแลกิจการจากครอบครัวของพวกเขา ลูกๆของพวกเขา เพราะว่ามันเป็นความรับผิดชอบ ที่เราทุกคนจะถูกถามถึงทั้งหมด ในขณะที่เรายืนอยู่ต่อหน้าพระองค์